ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน เป็นเพราะอะไร

ตัดแว่นมาใหม่ ใส่แล้วมึน สาเหตุมาจากอะไรตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน

  1. กรอบที่เปลี่ยนไป จากกรอบเดิม 
  2. ค่าสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม
  3. ชนิดของเลนส์ที่ไม่เหมือนเดิม
  4. center ของตา ไม่ตรงกับ optical center ของเลนส์

กรอบแว่นที่เปลี่ยนไป 

กรอบที่มีขนาดเปลี่ยนไปทั้งแนวตั้ง และแนวนอน มีผลเสมอ แม้ค่าสายตาจะเท่าเดิม เพราะขนาดกรอบมีผลต่อการรับรู้ภาพ จึงอาจทำให้มึนในช่วงแรกได้ ตัวอย่างที่เห็นชัด คือเคยใส่กรอบแว่นพอดีหน้า แล้วเปลี่ยนไปใส่กรอบแฟชั่น ที่มีขนาดใหญ่ จะมีผลทันที แต่อาการแบบนี้จะหายไปเมื่อกระบวนการการรับรู้ภาพประตัว

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน
กรอบแว่นจะมี รูปทรง และขนาดที่ต่างกัน ทั้งความกว้าง ความสูง ขนาดสะพ่ยจมูก
ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน
ความโค้งหน้าแว่น (Wrap) ที่มี curve ที่ต่างกัน ก็มีผลให้การใส่ช่วงแรกๆ มึน

ค่าสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ค่าสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม มีผลเสมอเมื่อตัดแว่นใหม่ เพราะการรับรู้ของสมองต้องใช้เวลาในการปรับตัว ยิ่งเปลี่ยนจากเดิมมากก็มีอาการมาก แต่อาการแบบนี้จะหายไป เมื่อมีการปรับตัว ซึ่งปกติถ้าวัดสายตาได้ถูกต้อง ก็ใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าใส่ไปหลายอาทิตย์ ยังไม่หายมึน ควรไปตรวจวัดสายตา ร้านใหม่ เพื่อเปรียบเทียบ ค่าสายตา 

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน
ค่าสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ต้องใช้เวลาปรับตัว

ชนิดของเลนส์ที่ไม่เหมือนเดิม

เลนส์สายตามีคุณภาพที่ต่างกันตาม spec ของเลนส์ ถ้าเคยใส่เลนส์ตัวที่มีโครงสร้างแบบพรีเมี่ยม ย่อมให้ความรู้สึกที่ต่างกันเมื่อมาใส่เลนส์ธรรมดา 

ตัดแว่นที่ไหนดี

เรารับรู้ภาพต่างๆ ด้วยกระบวนการการมองเห็น จากตาไปสู่สมอง

center ของตา ไม่ตรงกับ optical center ของเลนส์

ตัดแว่นใหม่ใส่แล้วมึน
การฟิตติ้ง เพื่อหา center ตา บนตำแหน่งของแว่น

อันนี้เป็นปัญหาที่หลายคนไม่ค่อยรู้ เพราะคนที่เลือกกรอบแว่นที่เน้นไปทาง cosmetic มากๆ มักจะเจอปัญหาแบบนี้ เพราะขนาดของวงเลนส์ อาจไม่สามารถวางให้ตรง จุดโฟกัสตาของผู้ใส่ได้ จึงเกิดอาการที่เรียกว่า prism effect (พื้นจม พื้นลอย) และ batterfy effect (วูบวาบ)

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน

ตัวอย่างแว่นที่มีขนาดใหญ่ เมือทาบเลนส์ลงบนจุด center ตา เลนส์มีขนาดเล็กกว่ากรอบแว่นตา ถ้าต้องการวาง center ตาให้ตรง center lens ไม่สามารถทำได้ เพราะเลนส์เล็กกว่ากรอบแว่น

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน

เมื่อ center ไม่ได้ มี 2 อย่างที่ร้านแว่นจะทำ คือ 
1.เปลี่ยนสเปคเลนส์สายตาให้มีขนาดวงเลนส์ใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจต้องขยับไปใช้เลนส์แลป ที่มีราคาเพิ่มขึ้น
2. De-Center จุดโฟกัสเลนส์ให้ไปอยู่กลางแว่นตา เพื่อให้ประกอบเลนส์ได้

ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจมากขึ้น เมื่อเลนส์ถูก de-center เพื่อให้ตัดเข้ากรอบได้ ทำให้จุดที่ตาเรามองผ่านเลนส์ไม่ใช่จุด center ของเลนส์ จะทำให้เกิด prism effect  หรือการเห็นพื้นลอย นั่นเอง

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น  ดูรูปด้านล่างที่มีแท่ง ปริซึม เราลองขยับแท่ง prism ผ่านเส้นตรงที่วางไว้ การ de center เลนส์ จะทำให้ รูม่านตา เราไม่ตรงกับ จุดที่บางที่สุดของเลนส์ ที่เรียกว่า จุด optical center ของเลนส์

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน

เมื่อ optical center เลนส์ถูกขยับออกจาก center ตา จะทำให้ตาเรามองผ่านส่วนที่หนาของเลนส์นั่นเอง ยิ่งค่าสายตามากกว่า 300 จะมีผลกระทบมาก

การเลือกกรอบแว่น
ความหนาของเลนส์ในแต่ละ index ตัวเลขน้อย คือ เลนส์จะหนามาก
สาเหตุที่เราเห็นพื้นจม และ พื้นลอย เป็นอาการของ prism effect จากการที่จุดโฟกัสตา ไม่ตรงกับจุดโฟกัสของเลนส์
ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน
เลนส์สายตาจะมีจุที่เรียกว่า optical center
ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน
เมื่อ Optical Center ของเลนส์ ไม่ตรงกับตาดำคนใส่แว่น ก็จะเกิด priem effect

นอกจากนี้ อาจมีสาเหตุจากโรคทางตา  เช่น ต้อ เบาหวาน กระจกตาโป่ง และ กลุ่มที่ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี ทำให้กระจกตาเป็นรอย จึงไม่สามารถมองชัดได้เท่าคนปกติ

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน
Line us

เลือกกรอบแว่นอย่างไร

เลือกกรอบแว่นอย่างไร

หลายคนเเลือกกรอบแว่นที่เป็นแฟชั่นที่มีขนาดใหญ่ ตามสมัยนิยม ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากเหล่า influencers จากหลากหลายวงการ 

เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
กรอบใหญ่เป็นที่ถูกใจของหลายคน โดยเฉพาะกรอบที่ Over Size

แต่แว่นที่ Influencers เหล่านี้ ใส่เป็นแว่นที่ไม่มีค่าสายตา จึงดูเรียบเนียนไปกับกรอบแว่น การใส่จึงดูสวยงาม เสริมบุคคลิกคนใส่ นั่นคือภาพที่เราเห็นจากสื่อต่างๆ

เลือกกรอบแว่นยังไง
แว่นที่ อินฟูใส่ ส่วนมากจะไม่มีค่าสายตา

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง คนใส่ที่มีค่าสายตา เมื่อเอาเลนส์จริงมาใส่ มันจะไม่เหมือนเดิม มีหลายคน ต้องร้อง “เอ๊ะ” เมื่อประกอบเลนส์สายตาลงในกรอบที่เลือกมาตัดแว่น

ทำไมเป็นเช่นนั้น 

  1. ค่าสายตา คนใส่แว่น มีอยู่จริง ไม่เหมือน Influ ทั้งหลายที่ใส่เพื่อโปรโมทสินค้า และเป็น Cosmetic ชนิดหนึ่งเท่านั้น
    การเลือกกรอบแว่น
    แว่นที่ influencer ใส่ จะไม่มีค่าสายตา
  2. ตำแหน่ง ตาดำคนใส่ อาจอยู่ตรงไหนที่หนึ่งของแว่นที่เลือก อยู่กึ่งกลาง หรือว่าขิดด้านใน หรือว่าชิดขอบบนของกรอบแว่น
    เลือกกรอบยัง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
    ตำแหน่งตาดำ ควรอยู่บริเวณกลางกรอบแว่นที่เลือก

3.ความหนาของกรอบแว่นที่เป็นแว่นที่เราชอบ กับค่าสายตาเรา มันควรไปในทางเดียวกัน

เลือกกรอบยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
ความหนาของกรอบ จะช่วยบดบังความหนาของเลนส์ ถ้าเราเลือกกรอบที่เหมาะสมกับค่าสายตา
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
การลองสวมกรอบแว่น จะทำให้เราทราบว่าตำแหน่งตาดำ อยู่ตรงกลางมั้ย

ทั้งหมดนี้อาจทำให้เราร้อง เอ๊ะ เมื่อร้านแว่นตัดเลนส์ให้เรา เพราะกรอบที่ใหญ่ๆ ตาดำเราจะไม่อยู่ตรงกลางแว่น ซึ่งส่วนใหญ่ จะอยู่ชิดขอบด้านบน และชิดจมูก เมื่อทำเลนส์ออกมา จากภาพที่เคยวาดไว้จาก influ ทั้งหลาย กับเรื่องจริง มันจะต่างกันมาก

เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
กรอบแว่นสปอร์ต ที่มีความกว้าง และความสูงมากๆ ไม่เหมาะกับคนที่มีค่าสายตาเกิน 300

แล้วควรเลือกกรอบแว่นยังไง?

เพื่อให้การเลือกกรอบมีประสิทธิภาพ และความสวยงาม เราควรเข้าใจเรื่องเหล่านี้ก่อน

1.เลนส์สายตามี  2 ประเภท คือ สายตา สั้นเว้า ยาวนูน

เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
ลักษณะของเลนส์สายตา สั้นเว้าตรงกลางหนาตรงขอบ ยาวนูนตรงกลาง บางตรงขอบ

2.Index ของเลนส์คือความหนาบางของเลนส์ ทั้งเลนส์เว้า และ เลนส์นูน

ความหนาของเลนส์ ในแต่ละ Index ตามตัวอย่าง ถ้าเรามีค่าสายตา สั้น บวกเอียง 400 การเลือก Index เลนส์ที่เหมาะสมจะทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากทีเดียว ตามรูปด้านล่าง จะเห็นว่า index 1.60 กับ 1.67 ความหนาต่างกันน้อยมาก แต่ราคาจะต่างกันเท่าตัว
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
Index 1.50 @-400
เลือกกรอบยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
index 1.60 @-400
เลือกกรอบยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
index 1.67 @-400
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
ความหนาของเลนส์ในแต่ละ index

3. วงเลนส์ หรือเส้นผ่าศูนย์กลางเลนส์ 

      • เลนส์บวก 65,70 mm.
      • เลนส์ลบ 70,75 mm.
        เลือกกรอบยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
        ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเลนส์
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
จะเป็นยังไง ถ้า Optical Center เลนส์ เมื่อทาบไปที่กรอบแว่นแล้ว มันเล็กกว่ากรอบแว่นที่เราเลือก

4.ตัวเลนส์จะมีลักษณะกลม

เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
เลนส์จะมีจุดที่ชัดที่สุด ตรงศูนย์กลางของเลนส์
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
เครื่องวัดพารามิเตอร์ ที่จะระบุพิกัด ตำแหน่งตาดำบนกรอบแว่นที่เราเลือก

เลนส์สายตามีจุดชัดของเลนส์ การตัดเลนส์เข้ากรอบ จำเป็นจ้องวางจุด Optical Center ให้ตรงกับรูม่านตา ด้วยเครื่องวัดพารามิเตอร์ ขณะใส่แว่น

5. กรอบแว่นยิ่งใหญ่ ก็จะได้ความหนาของเลนส์ มาอยู่ในกรอบเสมอ ไม่ว่าจะใช้เลนส์ index เท่าไหร่

เลือกกรอบยังไง ถึงไม่ต้อง เอ๊ะ
ลักษณะเลนส์สายตาสั้น จะเหมือน แอ่งกะทะ ที่มีขอบกะทะหนากว่าตรงกลาง

6. ตำแหน่งตาดำ เมื่อไม่อยู่กลางกรอบแว่นที่เลือก

เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
เมื่อตาดำ ไม่อยู่ตรงกลางกรอบแว่น เราจะเห็นว่า ความหนาของเลนส์จะต่างกัน ระหว่างหัวตา กับหางตา

 

เมื่อตำแหน่งของตาดำ ไม่อยู่กึ่งกลางแว่น จะเป็นยังไง

case 1: ตาดำอยู้ใกล้ขอบแว่นด้านบน เราจะได้แว่นที่เลนส์สายตาด้านบน บาง ด้านล่างหนากว่าด้านบน

case 2: อยู่ชิดขอบแว่นด้านจมูก เราก็จะได้เลนส์ที่บางด้านที่ติดจมูก และหนาด้านที่ติดหู

และถ้า ตำแหน่งตาดำอยู้ใกล้ขอบด้านบน และชิดจมูก เราจะได้เลนส์ ที่หนาด้านข้างหู และด้านล่าง 

ดังนั้นการเลือกกรอบแว่นตาที่ต้องการตัดเลนส์สายตา ที่ดีที่สุดคือการลองสวมใส่และดูตำแหน่งตาดำ ที่ไม่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งจนมากเกินไป และกรอบต้องไม่ใหญ่เกิน เลนส์ปกติมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 70, 75 มม ถ้าไปเลือกกรอบที่มีความกว้าง 60 มม แล้วตาดำก็ไม่อยู่กลางกรอบแว่น

เมื่อตัดเลนส์ออกมาจะหนากว่าที่คิด
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
ตำแหน่งตาดำ ควรอยู่กึ่งกลางของกรอบแว่น

แต่ถ้าต้องสั่ง ออนไลน์ วิธีที่ใช่คำนวณคือ การดูตัวเลขที่มากับแว่น ตัวอย่างในรูปด้านล่าง เลนส์กว้าง 58 สะพานจมูกกว้าง 17 ขาแว่น 140 ความกว้างรวม 143 มม.

ถ้าเราต้องการสั่งกรอบแว่นออนไลน์ ตัวที่จะบอกเราว่าแว่นใหญ่เกินไปมั้ย ให้เอา ความกว้างเลนส์ บวกกับ ความกว้างสะพานจมูก เทียบกับค่า ระยะห่างของตาดำเรา

ตัวอย่างเลนส์มีความกว้าง 58 + สะพาน 17 = 75 มม. ค่า PD ตามตัวอย่าง 65 มม แว่นกว้างกว่าตาดำ 10 มม ข้างละ 5 มม ถ้าทำเลนส์ออกมา เลนส์จะหนาตรงหางตา มากกว่าหัวตา

 

เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
เอาความกว้างเลนส์ บวกสะพานจมูก เทียบกับ ค่า pupil distance ตาเรา
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
Pupil Distnace คือ ระยะห่าง รูตาดำ 2 ข้าง
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
ตัวเลขที่แสดงความกว้างของกรอบแว่น สำพานจมูก ความยาวขา ความกว้างรวมของแว่น จะง่ายต่อการซื้อกรอบ ออนไลน์

 

เมื่อเราเข้าใจเรื่องเหล่านี้ การเลือกขนาดกรอบ จะกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น และไม่ร้อง เอ๊ะ อีกต่อไป

Line Us

แว่นสายตาเด็ก ตัดที่ไหนดี

แว่นสายตาเด็ก ตัดที่ไหนดี ผู้ปกครองไม่สามารถเลือกร้าน แบบที่เคยทำเวลา shopping online ใน Lazada หรือ Shopee คือมีดาวเยอะๆ หรือมี รีวิวเยอะๆ ควรเข้าใจว่าการรีวิว ที่เห็นอยู่ตาม เพจ ส่วนมากสร้างขึ้นมาเอง คนรีวิวถูกว่าจ้างให้ทำ content ให้ทั้งนั้น

เหตุผลมีอยู่ในนี้ครับ
แว่นสายตาเด็ก ตัดที่ไหนดี

เด็กที่อายุต่ำว่า 12 ขวบ ควรวัดสายตาครั้งแรกกับจักษุแพทย์

เด็กที่มีอายุ ต่ำกว่า 12 ปี ผู้ปกครอง จำเป็นต้องคอยสังเกตุการมองสิ่งต่างๆ ของเด็ก เช่น การหยีตา การเอียงคอมอง การมอง TV ใกล้ๆ ด้วยการทดสอบสายตาเบื้องต้น ด้วยการให้อ่านป้ายทีละตา เพื่อดูว่าสายตาปกติทั้ง 2 ตามั้ย

หากพบว่าความสามารถในการมองเห็นผิดจากคนสายตาปกติ ควรพาไปตรวจสายตา การตรวจสายตาครั้งแรก ควรอยู่ภายใต้การดูแลของ จักษุแพทย์ เพื่อดูความผิดปกต ของกล้ามเนื้อตา ที่เป็นสาเหตุ ของตาขี้เกียจ  ตาเหล่ กระจกตาโก่ง หรือต้อกระจก เพื่อให้แพทย์แก้ไขได้ทัน เพราะถ้าปล่อยจนเด็กโตเกินไป การรักษา จะทำได้แค่ระดับหนึง

ทำไมต้องแว่นกีฬา RecSpecs
ผู้ปกครองต้องคอยสังเกตเด็ก เวลามองสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น TV, ป้ายตามห้าง ว่าเด็กหยีตามั้ย เพราะการหยีตาเป็นการบ่งบอกว่าเด็กมีความยากลำบากในการมอง นั่นคืออาการของเด็กที่มีค่าสายตา

ถ้าไม่สามารถพาไปตรวจที่โรงพยาบาลได้ ต้องการไปตรวจที่ร้านแว่น ก็ต้องเข้าใจว่า ร้านแว่นตา ไม่มียาหยอดตา ที่ช่วยลดการเพ่งของเด็ก การวัดสายตา อาจคลาดเคลื่อนได้มากกว่า

เนื่องจากเด็กจะมีกำลังเพ่ง สูงมากถึง 14.00 diopters นั่นแปลว่า หากเด็กเล่นเกมนานๆ มักจะมีอาการตาเพ่งค้าง ทำให้เกิดอาการสายตาสั้นเทียม เมื่อมาวัดค่าสายตา จะได้ค่าที่ผิดพลาดได้ หากคนวัดไม่มีประสพการณ์ที่มากพอ

ตัดแว่นที่ไหนดี
การทำงานของเลนส์ตาในขณะที่เลนส์ตาต้องเพ่งมองสิ่งของ หนังสือ จอคอม มือถือ IPAD ใกล้ๆ สาเหตุที่ทำให้เด็กสายตาสั้น
ตัดแว่นที่ไหนดี
เลนส์แก้วตา ในขณะที่เรามองไกล จะมีลักษณะที่ผ่อนคลาย
ตัดแว่นที่ไหนดี
ความสามารถในการเพ่งของแต่ละช่วงอายุ เด็กเล็กจะมีกำลังเพ่งที่สูง จึงต้องหยอดยาลดการเพ่ง ก่อนวัดสายตา

กำลังเพ่งของเด็กมีมาก จักษุแพทย์จะใช้ยาหยอดตาเพื่อลดการเพ่ง ก่อนวัดสายตา เพื่อให้ได้ค่าสายตาที่ใกล้เคียง เพราะการจ่ายเลนส์สายตาที่มากไป จะไปกระตุ้นให้กระบอกตา ยาวขึ้น ทำให้สายตาสั้นเพิ่มขึ้นนั่นเอง

แว่นเด็กตัดที่ไหนดี
มาตรฐานแว่นเด็กที่ต่ำกว่า 12 ขวบ ควรเป็นกรอบที่ทำจาก พลาสติก ยาง ซิลืโคน เท่านั้น เพื่อป้องกันความซุกซนของเด็ก

ด้วยเหตุนี้เองที่ การวัดสายตาเด็กเล็กที่อายุ ต่ำกว่า 12 ขวบจึงควรให้ จักษุแพทย์ ตรวจในครั้งแรก เนื่องจาก

1.กำลังเพ่งสูง ถึง 14.00 diopter จึงต้องให้หมอหยอดยาลดการเพ่งก่อนวัดสายตา แต่หากต้องการวัดสายตากับร้านแว่น ควรเลือกร้านที่มีประสพการ์ณ และเข้าใจ เรื่องการเพ่งของเด็ก ซึ่งก่อนวัด ต้องให้เด็ก ลดการเพ่งสายตา จากการเล่นเกม online ก่อนที่จะวัดสายตา

2.เด็กอายุต่ำกว่า 12 ขวบ อาจไม่มีสมาธิเพียงพอ เมื่อต้องตอบคำถามเวลาวัดสายตา 

เพราะเด็กยังตอบคำถามไม่ค่อยได้ จึงต้องใช้เครื่องวัดแบบ objective มาช่วย ที่เรียกว่า Retinoscope

แว่นสายตาเด็ก ตัดที่ไหนดี
Retinoscope เครีองวัดสายตา ที่ใช้กับเด็กเล็กที่ยังตอบคำถามไม่ได้
แว่นสายตาเด็ก ตัดที่ไหนดี
การวัดจะหมุน retino ทั้งแนวตั้ง และ แนวนอน เพื่อดูการเคลื่อนที่ของแสง ว่าสวนทาง หรือ ไม่สวนทาง กับการหมุน retino
แว่นเด็กตัดที่ไหนดี
Retino เป็นการตรวจเช็คสายตา โดยวัดจากการสะท้องของแสงผ่านเครื่องวัด
แว่นสายตาเด็ก ตัดที่ไหนดี
ในกรณีที่มีค่าเอียง จะสังเกตได้จากการหมุนแนวตั้งกับแนวนอน มีค่าที่ต่างกัน ส่วนองศาเอียงก็จะสามารถเช็คได้ เช่นกัน
แว่นเด็กตัดที่ไหนดี
ด้านซ้ายเป็น Phoropter ด้านขวาเป็น Auto-Refractor

แต่ในปัจจุบันอาจหา จักษุแพทย์ที่ใช้เครื่อง Retino แบบนี้หาได้น้อยมาก การใช้เครื่องวัดแบบ Auto-Refractor จึงกลายเป็นที่นิยมมากกว่า แล้วใช้ Retiscope เช็คอีกครั้ง

กรอบแว่นสายตาเด็ก ควรใช้แบบไหน

แว่นเด็กตัดที่ไหนดี

ส่วนกรอบแว่นที่ควรให้เด็กต่ำกว่า 10 ขวบ ควรใช้กรอบพลาสติก หรือ กรอบยาง และควรให้เด็กได้มีส่วนร่วมบ้างในการเลือกสีกรอบ

แว่นสายตาเด็ก ไม่ควรจ่ายแพง
กรอบแว่นเด็กเล็กที่ใช้วัสดุที่เป็นยาง

การ fitting แว่นขณะใส่ เป็นเรื่องจำเป็นในการตัดแว่นทุกครั้ง

และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการตัดแว่น นอกจากการวัดค่าสายตา แล้ว คือ การ fitting แว่นขณะที่ใส่ ที่จะช่วยให้เด็กมองเห็นชัด และป้องกันตาเข ตาเหล่ ของเด็กเล็กได้อย่างดี

ตัดแว่นที่ไหนดี
การ fitting position of wear

การเลือกร้านแว่นให้เด็ก 

เรื่องการวัดสายตาที่ต้องให้หมอหยอดยาลดการเพ่งก่อนวัด เท่านั้นเอง เพราะร้านแว่นทั่วไป ไม่มียาหยอดตาเพื่อลดการเพ่งของเด็ก 

ดังนั้นหากผู้ปกครองต้องการลดค่าใช้จ่ายเรื่องนี้ การวัดสายตาครั้งแรกจึงแนะนำให้ผ่านมือหมอ เพื่อตรวจกายภาพตา และวัดสายตา หากไม่พบอาการผิดปกติของตา เช่น กล้ามเนื้อตา ที่ทำให้ตาหย่อน ตาเข ตาเหล่ และ โรคตา

ก็สามารถ นำค่าสายตามาตัดร้านแว่นข้างนอก จะได้ราคาที่ดีกว่า เพราะงานที่หมอตามีความชำนาญคือการรักษาดวงตา

แว่นสายตาเด็ก ตัดที่ไหนดี
การ fitting position of wear คือส่วนสำคัญในการตัดแว่น

ส่วนการเลือกร้านแว่นที่จะนำค่าสายตาไปตัด ก็ไม่ต่างจากร้านผู้ใหญ่ คือ ควรมีการ fitting แว่นขณะใส่ เพื่อป้องกันการวางจุดโฟกัสที่ไม่ตรงกับรูม่านตา ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อกายภาพดวงตาที่กำลังเติบโตได้ เช่น ตาเข ตาเหล่ ในอนาคตได้

แว่นสายตาเด็ก ตัดที่ไหนดี
เครื่องวัด พารามิเตอร์

เลนส์สายตาเด็ก ควรใช้แบบไหน

ส่วนเลนส์สายตา เนื่องจากเด็กจะมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ดวงตาบ่อยกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากร่างกายยังมีการเติบโต ขนาดลูกตายังไม่โตเต็มที่ การเลือกเลนส์สายตา จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้เลนส์ที่มีราคาสูง 

แต่ถ้าใส่เล่นกีฬา ก็จำเป็นต้องกรอบที่มีมาตรฐาน ASTM F803 สำหรับกันกระแทก เพื่อความปลอดภัยของตัวเด็ก
แว่นกีฬาสายตา
มาตรฐาน ASTM F803 คือตัวการันตี ถึงความปลอดภัย
แว่นสายตาฟุตบอล
เด็กคือกลุ่มคนที่บาดเจ็บที่ดวงตามากที่สุด

เราจะป้องกันไม่ให้ค่าสายตาเด็กเพิ่มได้ยังไง

แว่นกีฬาสายตา
กีฬาคือสิ่งเร้าที่สามารถดึงเด็ก ออกจากเกมออนไลน์ได้ดีทีเดียว

การให้เด็กใช้ชีวิตกับกิจกรรม อื่นๆ ที่ห่างจากการเพ่งมอง คอมพิวเตอร์ IPAD มือถือ

จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแว่นได้ดีทีเดียว การให้เด็กทำกิจกรรมนอกบ้าน คือสิ่งที่จะช่วยให้สายตาเด็กไม่แย่ลง เช่น เตะบอล ว่ายน้ำ เป็นต้น ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า การตัดเลนส์ชลอสายตาแน่นอน

Line us

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นอย่างไร

ตัดแว่นที่ไหนดี เราจะเลือกร้านแว่นที่ดีได้อย่างไร

หลายคนอาจมองไปที่ร้านที่มี นักทัศนมาตร ร้านที่มีสาขาเยอะๆ ร้านที่มีโปรโมชั่นแรงๆ ร้านที่ตัดแล้วรอรับแว่นได้เลย ร้านที่มีคนรีวิวเยอะๆ ทั้งหมดนี้ไม่ได้รับประกันว่าแว่นที่ตัดออกมา ใส่ได้หรือไม่ได้

ตัดแว่นที่ไหนดี
แว่นโปรเกรสซีฟ ควรเลือกกรอบคุณภาพสูง

เราจะรู้เมื่อได้ลองสวมแว่นที่เป็นเลนส์สายตาของเรา ว่าตัดมาดี หรือไม่ดี ดังนั้นการเลือกร้านแว่นที่มีการรับประกันแว่นที่ตัดออกมา คือร้านที่ใช่

ตัดแว่นที่ไหนดั เราควรเลือกร้านแว่นอย่างไร
ร้านที่รับประกันแว่นที่ตัดออกมา ว่าผู้ใส่จะสามารถใช้งานได้ คือร้านที่เราควรเลือกมากที่สุด เพราะมันคือ end result ของการตัดแว่น

การตัดแว่นตาอาจมีโอกาสเกิดปัญหาได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวัดสายตา การประกอบเลนส์ การเลือกชนิดของเลนส์  ร้านที่มีการรับประกัน หลังจากสวมใส่แล้ว จึงเป็นร้านที่ควรเลือกมากที่สุด

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง

สิ่งที่ควรรู้ในการตัดแว่นตา เพื่อเป็น check list สำหรับคนที่จะตัดแว่นคือ

1.ร้านแว่นที่รอรับได้เลยดีไหม 

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง
คนที่มีค่าสายตา จะมีค่าสายตาเอียงร่วมอยู้ด้วยเสมอ

87% ของคนที่มีค่าสายตา จะมีค่าสายตาเอียงร่วมอยู่ด้วยเสมอ และ 51% จะมีค่าสายตาเอียง ที่ต้องใช้เลนส์เอียงช่วยในการมอง 

ในขณะที่ร้านแว่นที่สามารถนั่งรอรับแว่นได้ มักจะไม่ทำเลนส์ที่มีค่าสายตาเอียงให้คนใส่ ด้วยเหตุผลดังนี้

1.ร้านแว่นจะไม่สต๊อกเลนส์เอียงไว้ที่ร้าน โดยปกติจะต้องสั่งจากโรงงานที่ผลิตเลนส์ เพราะเลนส์สายตาที่มีค่าเอียง จะทำให้การสต๊อกเลนส์เพิ่มขึ้น 10 เท่าตัว จึงไม่สามารถสต็อกเลนส์เอียงได้ หรือ คนใส่ไม่สามาถใส่เลนส์เอียงได้ ถึงจะมีการทอนค่าเอียงเป็นค่าสายตา 

เพื่อให้สามารถปิดการขายได้ทันที ค่าสายตาเอียงจะถูกทอนออกเป็นค่าสายตาที่เพิ่มขึ้น เช่น มีค่าสั้น -1.50d ค่าเอียง -1.00d พอตัดค่าเอียงออกเปลี่ยนเป็นค่าสั้น แว่นตัวนี้ จะมีค่าสายตาที่ -2.00d โดยที่ไม่มีค่าเอียง หรือ บางร้านก็ขายเลนส์ที่มีสต๊อกในร้าน โดยที่ค่าสายตาไม่ตรงกับที่เราใส่แล้วสบายตา  เพราะการตัดแว่นแล้วรอรับได้เลย จะตอบสนองความต้องการ ที่เร่งรีบได้มากกว่า การที่ต้องรอมารับอีกหลายวัน

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง
คนที่มีค่าสายตา ส่วนใหญ่จะมีค่าเอียงร่วมด้วยเสมอ

2.คนวัด  เมื่อตรวจวัดสายตาบางครั้งตัดเอียงออก เพราะการวัดค่าเอียงจำเป็นต้องใช้เวลาที่นานกว่า และต้องดูคนใส่ว่ารับเลนส์ที่มีค่าเอียงได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องใชเวลาปรับจนกว่าจะได้ค่าที่เหมาะสม

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง
คนส่วนใหญ่ เมื่อวัดสายตาออกมาจะมีค่าสายตาเอียงร่วมด้วยเสมอ

2.เมื่ออายุมากขึ้น ทุกคนจะหนีไม่พ้นค่าสายตายาวตามอายุ

คนปกติไม่มีค่าสายตามาแต่เด็ก จะเริ่มมองใกล้ไม่ชัดเมื่ออายุมากขึ้น เพราะกายภาพดวงตาเปลี่ยนไปตามอายุ จึงต้องใช้เลนส์บวกมาช่วยให้ไม่ต้องเพ่งตา

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง
ตัวอย่างอายุกับสายตา ลูกค้ารายนี้ อายุ 40 กว่าๆ ปกติใส่แว่นสายตาสั้นอยู่ประจำ เริ่มมีปัญหาการมองใกล้ไม่ชัด ต้องคอยถอดแว่นออกทุกครั้งที่จะมองโทรศัพท์

หลายคนไม่เคยใส่แว่นเลย พอเริ่มอายุ 40 ก็อาจมองใกล้ๆไม่ชัด ต้องมองหาตัวช่วย เพราะเลนส์แก้วตาทำงานได้ไม่เท่าตอนอายุยังน้อย และมักจะเริ่มด้วยการซื้อแว่นอ่านหนังสือ แบบสำเร็จรูปที่มีค่าสายตา +1.00, +2.00 …. แต่ปัญหาคือ เลนส์สำเร็จรูป จะทำให้เราตาล้าเมื่อใส่ไปสักพักหนึง เพราะตัวเลนส์ ไม่ใช่เลนส์เฉพาะบุคคล ที่ไม่มีการวางค่าพารามิเตอร์ให้ตรงกับตาเรา

การตัดแว่นจึงเป็นสิ่งจำเป็นแม้จะเป็นแว่นอ่านหนังสือก็ตาม

ตัดแว่นที่ไหนดี
แว่นอ่านหนังสือ
ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง
แว่นอ่านหนังสือ ตำแหน่งจุดโฟกัสเลนส์ที่ถูกต้องคือ ตำแหน่งที่ต่ำว่า รูม่านตา ประมาณ 3-4 มม.

3.โรคที่มีผลต่อการมองเห็น ที่ผู้ตัดแว่นควรทราบคือ

  • ต้อลม ต้อเนื้อ ที่ลามไปปิดตาดำ ทำให้การมองเห็นลดลง 
  • ต้อกระจก ที่ทำให้เลนส์แก้วตาขุ่น แสงไม่สามารถผ่านเลนส์แก้วตาไปยังจอรับภาพได้เหมือนคนปกติ
  • ต้อหิน ที่เกิดจาก การไหลเวียนของของเหลวในดวงตาไม่สามารถถ่ายเทได้ปกติ จึงเกิดแรงดันภายในลูกตา ทำให้ปวดเบ้าตา จนอาจทำให้จอประสาทตาเสียหาย หากรักษาไม่ทัน
  • ตาแห้ง ทำให้การมองเห็นลดลง เพราะกระจกตามัวลง
  • ความดัน เบาหวาน
    ตัดแว่นที่ไหนดี
    ต้อเนื้อ

4.การเลือกร้านแว่นจากการรีวิว และจำนวนดาวอาจไม่ใช่คำตอบ

หลายคนมองหา รีวิว ที่ไหนรีวิวเยอะแปลว่าดี เหมือนซื้อของในแอปออนไลน์ ร้านไหนมียอดรีวิวเยอะ ก็เชื่อว่าร้านนี้ดี

แต่รีวิว เชื่อได้จริงหรือ? เพราะการรีวิวให้ร้านค้า เป็นเรื่องที่ต้องกรอกข้อมูลอีเมล และการเข้าผ่าน link ของ Google หลายคนจึงไม่เสียเวลาทำให้ แต่ร้านที่มีคนรีวิวเยอะจนผิดปกติ ทำได้อย่างไร ถ้าไม่มีสิ่งตอบแทน

ดังนั้นการตัดสินด้วยจำนวนดาว และการรีวิว อาจไม่ใช่คำตอบในการเลือกร้านแว่นที่ดี แต่สิ่งที่ควรเลือกมากกว่าจำนวนรีวิว คือการเลือกร้านที่รับประกัน แก้ไขให้ใหม่ เมื่อเราใส่ไม่ได้

เพราะถ้าร้านแว่นที่ดี ต้องเข้าใจ และมี ทักษะ เรื่องหล่านี้

  • ความเข้าใจเรื่องแสง กับการมองเห็น เพราะร้านแว่นใช้เลนส์แก้ไขการหักเหของแสงที่ผ่านตา ให้ไปตกที่จอรับภาพ เพื่อให้มองเห็นได้ดีขึ้น 
  • เข้าใจระบบการทำงานของดวงตา ทำให้รู้ว่าเมื่อลูกค้าใส่แว่นแล้ว ปวดตา มึนหัว คลื่นไส้ ใส่แว่นนานๆ ไม่ได้ เกิดจากอะไร จึงต้องเป็นร้านที่มีทั้งทักษะ และความรู้ 
  • การแนะนำกรอบแว่นที่ถูกต้อง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และการจ่ายเลนส์ ที่ตรงกับความต้องการใช้งานของผู้ใช้ได้ เช่น บางคนมีค่าสายตา 2 ข้างต่างกันมาก การมองเห็นภาพก็จะมีขนาดที่ต่างกัน ควรใช้เลนส์ตัวไหน และหรือ การปรับค่าสายตาข้างไหนเพื่อให้เกิดการ balance ของภาพ เมื่อต่องทำงาน 2 ตาร่วมกัน
  • การปรับแต่งกรอบแว่น ขาแว่น มุมเท หน้าแว่น ความโค้งหน้าแว่น เพื่อช่วยในการใส่ที่สบายตาขึ้น โดยเแพาะแว่นโปรเกรสซีฟ
  • การ fitting แว่นขณะสวมใส่ จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ละเอียดแม่นยำในการวัดค่าพารามิเตอร์ เพราะแตละคน มีความ sensitive ที่ต่างกัน บางคนมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็สามารถรับรู้ได้ ในขณะที่บางคนไม่เป็น

5.คนเรามองเห็นได้อย่างไร

คนเรามองเห็นได้ เพราะแสง และแสงก็มีต้นกำเนิดมาจากความร้อนจาก ธรรมชาติ เช่น ดวงอาทิตย์ และที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เช่น หลอดไฟตัดแว่นที่ไหนดี

แสงจากดวงอาทิตย์ เป็นแสงสีขาวที่ประกอบด้วยคลื่นแสงที่มีความถี่ที่ต่างกัน ความถี่กว้าง และ แคบ ก็จะมีสีที่ต่างกัน เราจึงมองเห็นได้ไม่เท่ากันในเวลากลางวัน กับกลางคืน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะแสงที่เป็นคลื่นยาว ในรูปคือแถบสีแดง มันขาดหายไป จึงมีผลต่อการรับรู้ภาพต่างกัน ทำให้เรามีอาการสายตาสั้นเล็กน้อยในตอนกลางคืน และอีกสาเหตุมาจากรูม่านตาที่ขยายเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติในตอนที่แสงน้อย ทำให้การรับรู้ภาพเปลี่ยนไปจากตอนที่แสงมาก 

 ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะเห็นความแตกต่างที่ชัดขึ้น เพราะความใสของกระจกตา, เลนส์ตา และวุ้นในตา (cornea, Crystalline lens, Vitreous) ลดลง แสงจึงผ่านไปไม่ได้ดี จึงทำให้มีค่าสายตาเมื่ออายุมากขึ้นนั่นเอง

 การมองเห็นของคนเราเกิดขึ้นได้ยังไง?

ตัดแว่นที่ไหนดี

แสงเดินทางด้วยความเร็ว 300,000 kms/วินาที เรามองเห็นทุกอย่างได้ เพราะแสงกระทบวัตถุที่เรามอง แล้วสะท้อนเข้าตาเรา ผ่านดวงตาที่มีกระบวนการรับภาพ และเชื่อมต่อกับเส้นประสาทการมองเห็น Optic Nerve ส่วนเลนส์สายตาเป็นเครื่องมือ ช่วยเบี่ยงเบนแสงให้ไปตกที่จอรับภาพ เราจึงต้องการแว่นตานั่นเอง

6.ทำไมแว่นที่ตัดออกมาไม่ชัด ใส่ไม่สบายตา

เมื่อเข้าใจว่าเลนส์สายตาทำหน้าที่อะไร ถ้าแว่นที่เราตัดออกมาไม่ชัด บ่งบอกได้ว่า มีความผิดพลาดเกิดขึ้น เช่น วัดค่าสายตาอาจผิดพลาด หรือประกอบเลนส์สายตาใส่กรอบคลาดเคลื่อน จ่ายเลนส์ที่ไม่เหมาะกับค่าสายตาและความต้องการใช้งาน

ตัดแว่นร้านไหนดี

การ fitting แว่น คือการวางจุด optical center (OC) ของเลนส์แต่ละประเภทมีความต่างกัน

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง

การ fitting ขณะที่ใส่แว่น ทำให้เรารู้ว่า จุดโฟกัสที่จะวางบนเลนส์ ควรอยู่ในตำแหน่งไหน เพื่อให้แว่นที่มีเลนส์สายตา ประกอบออกมาแล้วใส่สบายตา

อย่างไรก็ตามเมื่อเราตัดแว่น แล้วไม่มีการ fitting แว่นขณะที่ใส่แว่นบนหน้าเรา จะมีโอกาสสูงที่จะไม่ชัด ถึงจะมีการวัดสายตาอย่างละเอียดแล้วก็ตาม

7.ทำไมบางคนใส่แว่นไปสักพัก ถึงใส่ไม่ได้แล้ว

อีกปัญหาที่ คนตัดแว่นไม่ค่อยรู้คือ มนุษย์มีเลนส์แก้วตาที่เป็น เลนส์ auto เหมือนกล้องถ่ายรูปออโต้ เลนส์ตัวนี้ทำหน้าที่ซูม เมื่อเรามองไม่ชัด ทำให้การวัดสายตาที่ผิด ก็ยังใส่ได้ เพราะเลนส์แก้วตาจะปรับให้ตลอดเวลา เราจะรู้ตัวเมื่อเราใส่แว่นแล้ว มีอาการตาล้า อยากถอดแว่น นี่คือสัญญาณ อย่างหนึ่ง ที่เตือนว่า ควรวัดสายตาใหม่ 

ตัดแว่นที่ไหนดี
เลนส์แก้วตา ในขณะที่เรามองไกล จะมีลักษณะที่ผ่อนคลาย
ตัดแว่นที่ไหนดี
ขณะที่มีการเพ่ง เลนส์แก้วตาจะมีลัษณะที่ขยายขึ้น

หากใส่แว่นที่มีค่ามากเกินไป จะส่งผลให้เลนส์แก้วตา อยู่ในอาการเพ่งตลอดเวลาจากการทำงานแบบออโต่ ของเลนส์แก้วตา ผลเสีย คือ ถ้าเป็นเด็กเล็ก การเพ่งเป็นเวลานานๆ จะไปกระตุ้นให้กระบอกตา ขยายขึ้น ซึ่งก็จะทำเด็กมีค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้น แบบถาวร ในขณะที่ผู้ใหญ่ จะมีอาการสายตายาวตามอายุ Presbyopia เร็วกว่าวัยอันควร เข่นอายุ ไม่ถึง 40 ก็มีอาการสายตา ยาวตามอายุแล้ว

8.ทำไมเด็กจึงเปลี่ยนแว่นบ่อยๆ

เด็กที่อายุต่ำกว่า 12 จะอยู่ในวัยที่ ขนาดกระบอกตา ยังโตไม่เต็มที่ เมื่อขนาดกระบอกตาเปลี่ยนแปลง จึงส่งผลต่อค่าสายตาของเด็ก นั่นเอง

ดังนั้นสิ่งเร้าต่างๆ จะมีผลกระทบกับค่าสายตาเด็ก เช่น การจ่ายเลนส์สายตาที่มากเกินไป การเพ่งอยู่กับหน้าจอนานๆ จึงมีผลให้เด็กมีค่าสายตา เพิ่มขึ้น

ตัดแว่นที่ไหนดี
กำลังเพ่ง ตามช่วงอายุ

การเลือกร้านแว่น ที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของตา สาเหตุที่ทำให้ค่าสายตา เปลี่ยนแปลง คือภูมิคุ้มกัน ที่ดีกว่าจำนวนดาว ที่ปรากฎในสื่อ ออนไลน์ ที่สามารถสร้างขึ้นมาได้

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ หลายคน ตัดแว่นโปรเกรสซีฟ มาแล้วใส่ไม่ได้ มองไม่ชัด มึนหัว คลื่นไส้ ตัดมาแล้วใส่ไม่ได้ ต้องวางทิ้งไว้ เป็นฝันร้ายของคนที่ใส่ไม่ได้ 

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

เรื่องแบบนี้มักเป็นปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟที่หลายคนผิดหวัง จนไม่คิดจะกลับไปใช้อีกเลย เพราะคิดว่าเราไม่เหมาะกับแว่นโปรเกรสซีฟ 

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
เลนส์โปรเกรสซีฟ เปรียบเหมือน มีดพับสวิส ที่มองได้ทุกระยะ แต่ก็ไม่สามารถมองได้ดีเท่าเลนส์ที่มองได้ระยะเดียว

เลนส์โปรเกรสซีฟ เปรียบเหมือนมีดพับสวิส ที่เป็นมีดเอนกประสงค์ Multiple Tools  ที่มีทั้งมีด ที่ตัดเล็บ กรรไกร หลายอย่างในอันเดียว แต่ก็ไม่มีอันไหนใช้งานได้ดีเท่ากับเครื่องมือที่แยกเดี่ยวๆ

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ค่าพารามิเตอร์แว่นของผู้ใส่แต่ละคน จะแตกต่างกัน
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
การ fitting แว่นขณะใส่ จะได้ค่าพารามิเตอร์เฉพาะแว่นตัวนั้น เมื่อเปลี่ยนกรอบแว่นก็ต้องวัดค่าพารามิเตอร์ใหม่

ความคาดหวัง ของคนที่ตัดแว่นโปรเกรสซีฟ กับ ความจริงของแว่นโปรเกรสซีฟ ที่ไม่ชัดเท่าแว่นที่เป็น single lens โดยเฉพาะ โซนการมองใกล้ และ มองระยะกลาง

ตัดแว่นโปรเกรสซีฟ แล้วมึนหัว





ความคาดหวังของคนตัดแว่นโปรเกรสซีฟ ที่คนใส่อาจไม่เข้าใจ หรือ เข้าใจไม่เพียงพอ 

แว่นโปรเกรสซีฟ ใช้งานได้ทุกระยะก็จริง แต่ก็ใช้งานดีไม่เท่ากับ แว่นที่เป็น Single lens เดี่ยวๆ เหมือนแว่นมองไกลอย่างเดียว หรือแว่นอ่านหนังสืออย่างเดียว เพราะ เลนส์โปรเกรสซีฟ มีค่าสายตา หลายค่า สำหรับใช้มองไกล จนถึงมองใกล้ จึงทำให้โซนการมองด้านข้างที่บิดเบือน เพราะโครงสร้างค่าสายตาที่มีหลายค่า นั่นเอง

มีปถญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
โครงสร้างเลนส์โปรเกรสซีฟ จะมีโซนการมองที่ภาพบิดเบือน ที่หลายคนไม่เข้าใจ
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ค่าสายตาบนเลนส์โปรเกรสซีฟ จะมีค่ามองไกล และ ค่า Add ที่เป็นค่ามองใกล้
เลนส์โปรเกรสซีฟ มีลักษณะที่ต้องได้อย่าง เสียอย่าง เสมอ เช่น ต้องการพื้นที่อ่านหนังสือกว้างๆ ก็จะทำให้พื้นที่มองคอมแคบลง 
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ได้อย่าง เสียอย่าง คือ ถ้าเราใช้ short corridor ก็จะทำให้พื้นที่มองคอมแคบ ถ้าเราใช้ long corridor ก็จะทำให้พื้นที่อ่านหนังสือแคบลง

แล้วอะไรบ้างที่เป็นปัญหาทำให้คนตัดแว่นโปรเกรสซีฟ แล้วผิดหวังอย่างแรง

1.การเลือกกรอบที่เหมาะกับเลนส์โปรเกรสซีฟ  ผู้ใส่มักไม่รู้ว่า กรอบแบบไหนเหมาะกับเลนส์ progressive
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
กรอบแว่นโปรเกรสซีฟ ควรมี 1.ขนาดความสูง และความกว้างที่เหมาะสม 2. ตัวกรอบปรับดัดได้ 3. ใส่แล้วกระชับหน้า ไม่ห้อยลงมา หรือขยับไปมาได้ 4. ควรมีระยะห่าง ของตาดำ กับเลนส์ ประมาณ 10-13 มม.
Oakley ตัดเลนส์ใส่แล้วมึน
เทคโนโลยีเลนส์ ของ Shamir ทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้ เช่นกรอบแว่นโปรเกรสซีฟ ควรใช้กรอบที่สามารถปรับแป้นจมูกได้ ในอดีตเคยเป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะ Software ที่ใช้ฝนเลนส์สามารถทำให้ได้
2.การวัดค่าพารามิเตอร์ ขณะใส่แว่น หรือ position of wear 

การ fitting แว่นเป็นเรื่องสำคัญของแว่นโปรเกรสซีฟ เพื่อให้แน่ใจว่ากรอบแว่นที่เลือก มีค่าพารามิเตอร์ ที่เหมาะสม

Oakley ใส่แล้วมึน
เลนส์โปรเกรสซีฟจะใช้งานได้ ทุกระยะ การวัดค่าพารามิเตอร์ต้องมีความแม่นยำ การใช้ปากกาจุดลงบนเลนส์ในการตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ มักเกิดความคลาดเคลื่อนเสมอ
3.ระยะ corridor หรือระยะที่ใช้มองคอม 

การเลือกระยะ corridor มีผลกับการมองระยะกลาง และการมองใกล้ corridor สั้น หมายถึง โซนการมองระยะกลาง แคบลง จึงไม่เหมาะกับคนที่ทำงานใช้คอม นานๆ แต่จะเข้าถึง โซนอ่านหนังสือได้ง่ายกว่า

ในขณะที่ corridor ยาว จะให้ความกว้าง และสบายตากว่าสำหรับการทำคอม แต่ก็มีปัญหาการเหลือบมอง ระยะใกล้ ที่จะอยู่ต่ำกว่า corridor แบบสั้น

สรุปคือ ค่า corridor ที่เหมาะสม ขึ้นกับความต้องการการใช้งานเป็นหลัก

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
Corridor หรือระยะกลางของเลนส์ มีความสำคัญกับเลนส์โปรเกรสซีฟ ไม่แพ้ปัจจัยตัวอื่น
มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ระยะ corridor ควรล้อตามกรอบ และความต้องการใช้งานของผู้ใส่ หากเลือกกรอบที่มีความสูงน้อย ระยะ corridor จะถูกบังคับให้เป็น corridor สั้น ด้วยขนาดกรอบแว่น
4.การวัดค่าสายตามองไกล และค่า add สำหรับมองใกล้ ที่ผิดพลาด

คนที่วัดสายตา ต้องมีความรู้เรื่องการทำงานของตา ไม่ใช่ความรู้ในการใช้เครื่องวัดสายตาอย่างเดียว

Eye anatomy
เรามองเห็นสิ่งต่างๆได้ ด้วยแสงที่ส่องมากระทบวัตถุ เข้าตาเรา ผ่านกระจกตา cornea-pupil- crystalline lens โดยแสงจะถูก converse ให้ไปตกที่จอรับภาพ retina ที่ทำงานร่วมกับ optic nerve จึงทำให้เกิดภาพขึ้นมานั่นเอง

เหมือนเราเอารถไปให้ช่างซ่อมรถที่ไม่รู้ว่ารถยนต์ขับเคลื่อนยังไง เราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าช่างทำถูก 

การวัดสายตาก็เช่นเดียวกัน ถ้าคนวัดไม่รู้ว่า ตาเราทำงานยังไงถึงมองเห็น เราจะมั่นใจได้แค่ไหน ว่าตัดเลนส์ออกมา แล้วใส่ได้ 

5. ผู้ใส่ ที่ไม่เคยใส่แว่นตาติดหน้ามาก่อน ต้องใช้เวลาฝึกการใช้เลนส์โปรเกรสซีฟนานกว่า คนที่ใส่แว่นสายตามองไกลมาก่อน
หลายคนที่ไม่เคยใส่แว่นติดหน้ามาก่อน จะมีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ เมื่อใส่ครั้งแรก เพราะความเข้าใจว่าใส่แล้วใช้มองได้ทุกระยะทันที เหมือนแว่นอ่านหนังสือ

แว่นโปรเกรสซีฟ เป็นแว่นที่ต้องฝึกการใช้งานที่ถูกต้อง เพื่อให้การรับรู้เกิดการปรับตัว ซึ่งเวลาขึ้นกับการฝึกการใช้งาน หากใส่ๆ ถอดๆ ก็จะใช้เวลาปรับตัวนานกว่าปกติ เมื่อเทียบกับ คนที่ใส่ติดหน้านานกว่า

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
คนที่มองไกล ไม่มีค่าสายตา เมื่อตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ จำเป็นต้องฝึกการใช้งานมากกว่าคนอื่น

การฝึกจะใช้เวลาประมาณ 1- 2 อาทิตย์ เพื่อให้เกิดปรับตัว การมองควรใช้ปลายจมูกชี้ไปยังจุดที่จะมองในระยะแรก ส่วนการมองใกล้ ฝึกด้วยการขยับหน้าขึ้นลง เพื่อหาตำแหน่งการมอง ในระยะแรกควรฝึกใช้มองทีวี สลับกับการมองมือถือ จะช่วยให้ปรับตัวได้เร็วขึ้น

ทำไมคนต้องการเลนส์โปรเกรสซีฟ เมื่ออายุมากขึ้น
ปัญหาเรื่องสายตาตามอายุ Presbyopia ที่เกิดจากเลนส์ตาขาดความยืดหยุ่น เมื่ออายุมากขึ้น
มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
เลนส์ตาจะ relax เมื่อเรามองไกล และจะเพ่งจนเลนส์ตานูนขึ้นตามรูปขวา เมื่อเรามองใกล้

เมื่อถึงเวลาต้องใช้ มันก็ต้องมี ดังนั้นเราจึงควรมีความรู้บ้าง ก่อนไปตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ ในฐานะผู้บริโภค สิ่งที่ควรรู้คือ

กรอบแว่นที่จะใส่เลนส์ progressive มีความสำคัญมากๆๆๆ (size and shape are very much matter)

มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
กรอบแว่นสำหรับตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ ควรมีค่าพารามิเตอร์อยู่ในค่ามาตรฐาน คือ 1.ความโค้งหน้าแว่น 2.มุมเทหน้าแว่น 3.ระยะห่างตากับเลนส์แว่นตา และสามารถปรับดัดได้

การเลือกกรอบแว่นสำหรับเลนส์ progressive

มีปัญหากับแว่นโปรเกรศซีฟ
กรอบแว่นที่เหมาะกับการทำเลนส์โปรเกรสซีฟ จะเป็นกรอบที่สามารถ ดัดหน้าแว่น ดัดแป้นรองจมูก ดัดขาแว่นได้ และมีขนาดที่พอดีกับหน้า หรือ ตาดำอยู่กลางเลนส์แว่นตา

แว่น progressive อาจไม่ใช่คำตอบ

1.ความกว้าง และความสูง ของกรอบที่เหมาะกับเลนส์ progressive คือใส่แล้วตาดำเราควรอยู่ประมาณกึ่งกลางแว่นตาเรา
แว่น progressive อาจไม่ใช่คำตอบ
กรอบแว่นที่กว้างไป จะเป็นการเพิ่มพื้นที่บิดเบือน โดยไม่จำเป็น

แว่น progressive อาจไม่ใช่คำตอบ

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ขนาดกรอบแว่นโปรเกรสซีฟ ไม่ใหญ่จนเกินไป จะช่วยให้การใช้งานดีขึ้น พื้นที่ที่บิดเบือนจะน้อยลงตามความพอดีของกรอบ

2. กรอบแว่นต้องปรับ หน้าแว่น มุมเท แป้นจมูก ขาแว่นได้

3D printed frame
กรอบแว่นที่ปรับดัดได้ กรอบ 3D printed Made in German
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
Radiowerk

3. จงจำไว้ว่า ค่า add มีความสันพันธ์ กับราคาเลนส์โปรเกรสซีฟ เพราะ ค่า add เยอะแปลว่าเลนส์ตัวนี้จะต้องถูกบีบอัดมากขึ้นเพื่อให้มองเห็น นั่นแปลว่า ต้องใช้ เลนส์โปรเกรสซีฟ ที่เหมาะกับค่า addition ของเรา และคนที่มีค่า Add มากกว่า 2.50d ควรใช้ เลนส์ที่มีค่า corridor ที่ยาว เพื่อความสบายตาในการใช้งาน

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ค่า addition ที่มากจะทำให้พื้นที่การอ่านหนังสือแคบลง
มีปัญหากับแว่นโปรเกรศซีฟ
ค่า addition จะเพิ่มตามอายุ

4. เลนส์โปรเกรสซีฟ จะมีโครงสร้างเลนส์ที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น การเลือกเลนส์ที่เหมาะสมกับคนใส่ขึ้นอยู่กับความต้องการการใช้งาน เช่น เน้นใช้งานกับหน้าจอ คอมพิวเตอร์ ก็จะมีโครงสร้างที่มองกลางได้กว้าง อายุมากก็จะต้องใช้เลนส์ที่เพิ่มพื้นที่การอ่านหนังสือ ค่าสายตา 2 ข้างต่างกันมาก ก็ต้องใช้เลนส์ที่มีโครงสร้างในการทำให้เกิดขนาดภาพที่ใกล้เคียงกัน

ใส่แว่นโปรเกรสซีฟไม่ได้
เกรดของเลนส์ โปรเกรสซีฟ มีหลายระดับ
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
โครงสร้างเลนส์ โปรเกรสซีฟที่เน้นการใช้งานระยะคอมพิวเตอร์
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
โครงสร้างเลนส์สำหรับคนที่ค่า addition มากๆ
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ค่าสายตา 2 ข้างมีค่าที่ต่างกัน จะให้ขนาดภาพที่ต่างกัน จึงต้องใช้เลนส์ที่มีเทคโนโลยี่ในการปรับภาพให้สมดุลกัน

5.ถ้าใส่แว่นโปรเกรสซีฟไม่ได้จริงๆ ยังมีเลนส์อีกแบบหนึงที่เรียกว่า เลนส์ Bi-focal สำหรับคนที่ผิดหวังมากๆ กับแว่นโปรเกรสซีฟ หรือ ตัดแว่นอ่านหนังสือ ที่อาจเหมาะกว่า หากไม่อยากฝึกใช้งาน  เพราะแว่นอ่านหนังสือ เป็น Single lens ใช้งานง่ายกว่า แว่น โปรเกรสซีฟมาก

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
เลนส์ Bi-focal ใช้มอง 2 ระยะ คือ ไกล กับ ใกล้
ตัดแว่นที่ไหนดี
แว่นอ่านหนังสือ
การเลือกร้านตัดแว่นโปรเกรสซีฟ
  1. วัดสายตาแบบละเอียด ทั้งมองไกล และมองใกล้
  2. แนะนำระดับของเลนส์ที่เหมาะกับค่าสายตา และ การใช้งานได้
  3. ร้านต้องวัดพารามิเตอร์ ขณะใส่แว่น (position of wear) 
  4. แก้ไข เมื่อผู้ใช้ ใส่ไม่ได้ เช่น การปรับ ดัด แว่น การตัดเลนส์ให้ใหม่ หากเลนส์ที่ตัดมา ไม่สามารถแก้ไขด้วยการ ปรับดัด แว่น เพราะสาเหตุเกิดได้จากทุกขั้นตอน ในการประกอบแว่น
หลายร้านมักมีการโปรโมทเรื่องการวัดสายตาโดยนักทัศนมาตร หรือ OD ซึ่งผู้ตัดควรทำความเข้าใจว่าการตัดแว่นที่ดีๆ มีคุณภาพ มันมีปัจจัยอื่นที่สำคัญมากกว่าแค่การวัดสายตา ที่ทำให้แว่นที่ออกมา แล้วใส่ไม่ได้ นั่นคือ การวัด ค่าพารามิเตอร์ ขณะใส่แว่น เพื่อฝนเลนส์ และการตัด ประกอบเลนส์ เข้ากรอบแว่น
Line us

กรอบแว่นไททาเนี่ยม Free Form Green ดียังไง

กรอบไททาเนี่ยม free form green

กรอบแว่นไททาเนี่ยม​ Free​ ​form ​green​ ดียังไง​ เป็นเรื่องราวที่ผู้ใช้บอกต่อๆกันมา​ เกี่ยวกับ​ความทนทาน​ที่ใช้มานานเป็น​ 10 ปี เผลอหลับคาแว่น ขาไม่หัก ดัดได้ ทนเหงื่อไม่ขึ้นสนิม น้ำหนักเบา ออกแบบโดย ดีไซเนอร์ ชาวเยอรมัน

แว่นไททาเนี่ยม free form green
ขาแว่นเป็นเบต้าไททาเนี่ยม ยืดหยุ่น ทนการกดทับได้ดีกว่าวัสดุชนิดอื่น

Free form green by Thomas Trauth เป็นกรอบแว่นที่เป็น green concept ลดการสร้าง carbon dioxide ที่ทำให้โลกร้อน และ ทำให้สมดุลของโลกนั่นเปลี่ยนแปลง ถ้าใครเคยดูสารคดี เรื่องโลกร้อน จะทราบว่า มันมีผลกับทุกชีวิตบนโลก

กรอบ free form green ดียังไง
กรอบ free form green เป็นกรอบที่ทำจาก beta titanium เบา ดัดได้ มีรูปทรง ที่เหมาะการประกอบเลนส์ progressive
free form green by Thomas Trauth
FREE FORM GREEN EYEWEAR- Designer Eyewear from Germany

​ด้วยตัว เบต้า ไททาเนียม ที่พัฒนามาจากปัญหาของกรอบ pure titanium ที่แข็งดัดยาก เปราะหักได้

Free form green ดียังไง
คู่ควรกับคนที่หลับคาแว่น

เรื่องราวจากผู้ใช้ ที่เผลอหลับทับแว่น

แว่นไททาเนี่ยม free form green
ทนการกัดกร่อนจากเหงื่อ และน้ำเค็ม ได้มากกว่า

คนที่เคยใช้กรอบไททาเนี่ยมราคาหลักหมื่น​อย่าง กรอบ IC Berlin​, Silhouette และ Lindberg  มาก่อน จะบอกได้ว่ากรอบ Free form green นั้นคุ้มค่ากว่า เมื่อเทียบกับเงินที่จ่ายออกไป

แว่น​ free form green ดี​ยังไง​
Minimal concept ไม่ใช้​ น๊อต สกรู​ และสปริง​ ที่บานพับ
free form green
สภาพการใช้งานที่ผ่านมาเกือบ 10 ปี ของ free form green รุ่น FFA910 สี copper

การใช้วัสดุ เบต้าไททาเนี่ยม silicone สลักที่เป็นบานพับของขาแว่น การทำสีพื้นด้วยระบบ Vapor Deposition Coating  ที่ทำให้สีติดทนนานfree form green1. Green concept ไม่ใช้น๊อต​ สกรู​ สปริง​ ที่บานพับ แต่กระชับเหมือนสปริง​ด้วยการออกแบบของ ThomasTrauth ที่มีความเป็นTechnical ในตัวเอง จึงออกแบบกรอบให้มีน้ำหนักเบา ด้วยการขึ้นรูปกรอบ และ ขา บนแผ่นเบต้าไททาเนี่ยม ด้วยการปั๊มเพียงครั้งเดียวfree form greenfree form green

Free form green
การออกแบบที่มี ชิ้นงานเพียง 3 ส่วน คือ กรอบ ขา และบานพับ

free form greenWhat is the difference between titanium and beta titanium?Titanium frames can be finished with beta alloy. This makes the material harder and more flexible. Also, a beta alloy from vanadium and chrome heightens resistance to corrosion. For this reason, frames crafted from beta titanium can resist contact with saltwater. By the way, it can also withstand acids.  แข็งกว่า  ยืดหยุ่นกว่า  ทนกรด  ทนด่างfree form green ดียังไงfree form green ดียังไงhttps://youtu.be/xYJQK2KBT8sแว่น​ free form green ดี​ยังไง​แว่น​ free form green ดี​ยังไง​2. ใช้วัสดุ​ beta-Titanium​ ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่น​สูงกว่า pure titanium จึงเหมาะกับ เลนส์progressive ที่จำเป็นต้องมีการดัดขาแว่น และ แป้นรองจมูกในบางครั้ง ในขณะที่กรอบที่เป็น pure titanium, memory titanium ไม่อาจดัดได้เหมือน Beta-titanium ของ Free form greenกรอบไททาเนี่ยม free form greenFree form green​ กลายเป็นแว่นที่เบากว่าแว่นทั่วไปมาก คือมีน้ำหนักเฉลี่ยเพียง​​ 12.9 กรัม​ ในขณะที่​แว่นทั่วไปในแบบเดียวกันมีน้ำหนักถึง​ 26.3 กรัม​ 

แว่น​ free form​ green ดียังไง
และนี่คือเหตุผล​หนึงที่หลายคนยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อน้ำหนักที่เบาลง เหมือนหลายคนที่ยอมจ่ายเงินค่าเลนส์ที่บางลง เพื่อลดน้ำหนักแว่นทั้งอัน

3.พ่นสีด้วยวิธี​ vapour deposition technique ที่ทำให้สีติดทนนาน  เป็นระบบการพ่นสีพื้นที่ใช้การปรับแรงดัน​ และอุณหภูมิ​ เพื่อให้สีกลายเป็นละออง​ และจับตัวกับชิ้นงาน​ ด้วยประจุไฟฟ้าบวก ลบ ในการทำให้สีให้ติดกับกรอบแว่น จึงมั่นใจได้ว่า สีพื้นติดทนทานfree form green ดียังไงfree form green ดียังไงfree form green ดียังไง Free form green ดียังไง

free form green ดียังไง
Vapour Deposition color วิธีการทำสีกรอบแว่น

4.Silicone ตรงขาแว่น​ เป็น Anti Allergic Rubber Coating​ ที่ไม่ระคายผิวหนัง​ โดยเฉพาะคนที่แพ้ Silicone

แว่น freeformgreen
silicone ขาแว่น ดัดได้ทุกทิศทาง เพื่อให้แว่นกระชับหน้า
free form green
แว่นที่ผู้ใช้มานานกว่า10 ปีแล้ว กรอบแว่นยังคงสีเดิม​ ไม่ลอก​ siliconeที่ขาแว่นยังอยู่​ในสภาพเดิมอยู่​ เหลือยางรองจมูกที่เปลี่ยนสภาพ​ ซึ่งสามารถเปลี่ยนใหม่ได้​ และนี่คือเหตุผล​ที่ผู้ใช้กลับมาซื้อซ้ำ

กรอบแว่นไทเทเนี่ยม

จึงทำให้คนที่เคยใช้แล้ว​ ต้องตามหากรอบแว่น​ Free​From​Green มาใช้อีกครั้งเพราะ ความทนทานของแว่นนั่นเอง

กรอบ free form green ดียังไง
กรอบโปรเกรสซีฟ จำเป็นต้องมีมุมเทหน้าแว่น และความสูง ที่เหมาะสม

Free form green กรอบที่เป็นมิตรกับเลนส์ progressive สามารถปรับมุมเทหน้าแว่น แป้นรองจมูก ขาแว่นได้ กรอบที่ใช้ตัดเลนส์ โปรเกรสซีฟ ต้องปรับดัดได้

  • แบ่งตามกรอบ ได้ 4 กลุ่มใหญ่ คือ full rim, semi rim, rimless และ Acetate
  • รูปทรง มี 65 ดีไซน์​ 
  • สีกรอบ ประมาณ 3 สีต่อ 1 ดีไซน์ ระบุสีที่ขาแว่น
  • ระบุความกว้างรวมของกรอบ 
  • มีเลขระบุที่ขาแว่น ระบุความกว้างของเลนส์ สะพานจมูก และความยาวขาแว่น พร้อมรหัสสินค้าแต่ละตัว
  • แยกsize S, M, L และ XL เพื่อง่ายต่อการเลือกกรอบแว่นไททาเนี่ยม free form green ดียังไงกรอบแว่นไททาเนี่ยม free form green ดียังไง

ด้วยรายละเอียดที่ Thomas Trauth ออกแบบมาตามโครงสร้างของหน้าที่มีความหลากหลาย และออกแบบรูปทรงที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับรูปหน้าที่แบ่งเป็น 3 ส่วน คือส่วนบนหน้าผาก ส่วนกลางคิ้วถึงจมูก และ ส่วนล่างจมูกจรดคาง 

Free form green ได้จัดเป็น 4 กลุ่มหลักคือ

1. Free form green Full rim กรอบเต็มใช้ได้กับเลนส์ Index 1.5 ขึ้นไป สำหรับตัดแว่น single lens และ progressive lensfree form green ดียังไง

กรอบไททาเนี่ยม
กรอบเต็ม หรือ full rim

2.Free form green Semi Rim กรอบครึ่ง​  หรือ Nylon Rim เนื่องจากกรอบบางมาก จึงจำเป็นต้องใช้เลนส์สายตาที่มี index 1.6 ขึ้นไป เพื่อเซาะร่องจึงจำเป็นต้องใช้เลนส์เหนียวอย่าง 1.6 ตัดได้ทั้ง single lens และ progressive lens

free form green
กรอบ semi rim หรือ กรอบ Nylon
free form green
การทำร่องที่เลนส์ ต้องใช้เลนส์ที่เหนียวกว่าปกติ ซึ่งก็คือเลนส์ ที่มี index 1.6 ขึ้นไป

Freeformgreen

Free form green
กรอบครึ่ง หรือ semi rim

3.Free form green Rimless กรอบเจาะ​เบามากๆ ตัดได้ทั้ง single lens และ progressive lens ต้องใช้เลนส์เหนียว  index  1.6  ขึ้นไปเพราะการเจาะเลนส์  เพื่อเข้ากรอบ Rimless Free form green

แว่นใส่วิ่งใส่ทำงาน ทำไมต้องแยกกัน
กรอบเจาะ หรือ rimless

4 Free form green กรอบ Acetate โครงสร้างด้านในเป็น beta titanium สำหรับคนที่ชื่นชอบกรอบที่เป็นพลาสติก ใช้ได้กับ index 1.5 ขึ้นไป ใช้ตัด single lens และ progressive lens (สำหรับรุ่นที่ปรับขารองจมูกได้)

Freeformgreen

กรอบ Acetate เป็นกรอบ titanium ที่หุ้มด้วย Acetate เหมาะกับคนที่มีค่าสายตาเยอะ กรอบจะช่วยบดบังความหนาของเลนส์

กรอบไททาเนี่ยม Free form green ดียังไง
เลนส์ progressive จำเป็นต้องใช้กรอบแว่นที่แป้นรองจมูกดัดได้

กรอบไททาเนี่ยท​ free form green ผลงานของ Thomas Trauth ได้รับการยอมรับ ในด้านการออกแบบ ที่สร้างนวัตกรรม​ที่ยอดเยี่ยมทั้งคุณภาพ และ ดีไซน์ที่เป็นทั้ง emotional และมีความเป็น functional สำหรับมาตรฐานของกรอบแว่น progressive  

Line us
ไว้จะมาอุดหนุนเรื่อยๆครับ ผมใช้กรอบของ Free Form ยี่ห้อเดียวเลยครับ เคยใช้ IC Berlin ยังสู้ยี่ห้อนี้ไม่ได้
แว่น​ free form green ดียังไง
User
ใช้ thomas trauth อยู่ค่ะ .. ชอบมาก .. มาดูแล้วเห็นมีหลายแบบ เลยอยากลองเข้ามาดูค่ะ รอร้านเปิดนะคะ
แว่น​ free form green ดี​ยังไง​
user
เบาจริงๆ
Rated 5 out of 5