ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน เป็นเพราะอะไร

ตัดแว่นมาใหม่ ใส่แล้วมึน สาเหตุมาจากอะไรตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน

  1. กรอบที่เปลี่ยนไป จากกรอบเดิม 
  2. ค่าสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม
  3. ชนิดของเลนส์ที่ไม่เหมือนเดิม
  4. center ของตา ไม่ตรงกับ optical center ของเลนส์

กรอบแว่นที่เปลี่ยนไป 

กรอบที่มีขนาดเปลี่ยนไปทั้งแนวตั้ง และแนวนอน มีผลเสมอ แม้ค่าสายตาจะเท่าเดิม เพราะขนาดกรอบมีผลต่อการรับรู้ภาพ จึงอาจทำให้มึนในช่วงแรกได้ ตัวอย่างที่เห็นชัด คือเคยใส่กรอบแว่นพอดีหน้า แล้วเปลี่ยนไปใส่กรอบแฟชั่น ที่มีขนาดใหญ่ จะมีผลทันที แต่อาการแบบนี้จะหายไปเมื่อกระบวนการการรับรู้ภาพประตัว

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน
กรอบแว่นจะมี รูปทรง และขนาดที่ต่างกัน ทั้งความกว้าง ความสูง ขนาดสะพ่ยจมูก
ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน
ความโค้งหน้าแว่น (Wrap) ที่มี curve ที่ต่างกัน ก็มีผลให้การใส่ช่วงแรกๆ มึน

ค่าสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ค่าสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม มีผลเสมอเมื่อตัดแว่นใหม่ เพราะการรับรู้ของสมองต้องใช้เวลาในการปรับตัว ยิ่งเปลี่ยนจากเดิมมากก็มีอาการมาก แต่อาการแบบนี้จะหายไป เมื่อมีการปรับตัว ซึ่งปกติถ้าวัดสายตาได้ถูกต้อง ก็ใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าใส่ไปหลายอาทิตย์ ยังไม่หายมึน ควรไปตรวจวัดสายตา ร้านใหม่ เพื่อเปรียบเทียบ ค่าสายตา 

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน
ค่าสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ต้องใช้เวลาปรับตัว

ชนิดของเลนส์ที่ไม่เหมือนเดิม

เลนส์สายตามีคุณภาพที่ต่างกันตาม spec ของเลนส์ ถ้าเคยใส่เลนส์ตัวที่มีโครงสร้างแบบพรีเมี่ยม ย่อมให้ความรู้สึกที่ต่างกันเมื่อมาใส่เลนส์ธรรมดา 

ตัดแว่นที่ไหนดี

เรารับรู้ภาพต่างๆ ด้วยกระบวนการการมองเห็น จากตาไปสู่สมอง

center ของตา ไม่ตรงกับ optical center ของเลนส์

ตัดแว่นใหม่ใส่แล้วมึน
การฟิตติ้ง เพื่อหา center ตา บนตำแหน่งของแว่น

อันนี้เป็นปัญหาที่หลายคนไม่ค่อยรู้ เพราะคนที่เลือกกรอบแว่นที่เน้นไปทาง cosmetic มากๆ มักจะเจอปัญหาแบบนี้ เพราะขนาดของวงเลนส์ อาจไม่สามารถวางให้ตรง จุดโฟกัสตาของผู้ใส่ได้ จึงเกิดอาการที่เรียกว่า prism effect (พื้นจม พื้นลอย) และ batterfy effect (วูบวาบ)

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน

ตัวอย่างแว่นที่มีขนาดใหญ่ เมือทาบเลนส์ลงบนจุด center ตา เลนส์มีขนาดเล็กกว่ากรอบแว่นตา ถ้าต้องการวาง center ตาให้ตรง center lens ไม่สามารถทำได้ เพราะเลนส์เล็กกว่ากรอบแว่น

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน

เมื่อ center ไม่ได้ มี 2 อย่างที่ร้านแว่นจะทำ คือ 
1.เปลี่ยนสเปคเลนส์สายตาให้มีขนาดวงเลนส์ใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจต้องขยับไปใช้เลนส์แลป ที่มีราคาเพิ่มขึ้น
2. De-Center จุดโฟกัสเลนส์ให้ไปอยู่กลางแว่นตา เพื่อให้ประกอบเลนส์ได้

ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจมากขึ้น เมื่อเลนส์ถูก de-center เพื่อให้ตัดเข้ากรอบได้ ทำให้จุดที่ตาเรามองผ่านเลนส์ไม่ใช่จุด center ของเลนส์ จะทำให้เกิด prism effect  หรือการเห็นพื้นลอย นั่นเอง

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น  ดูรูปด้านล่างที่มีแท่ง ปริซึม เราลองขยับแท่ง prism ผ่านเส้นตรงที่วางไว้ การ de center เลนส์ จะทำให้ รูม่านตา เราไม่ตรงกับ จุดที่บางที่สุดของเลนส์ ที่เรียกว่า จุด optical center ของเลนส์

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน

เมื่อ optical center เลนส์ถูกขยับออกจาก center ตา จะทำให้ตาเรามองผ่านส่วนที่หนาของเลนส์นั่นเอง ยิ่งค่าสายตามากกว่า 300 จะมีผลกระทบมาก

การเลือกกรอบแว่น
ความหนาของเลนส์ในแต่ละ index ตัวเลขน้อย คือ เลนส์จะหนามาก
สาเหตุที่เราเห็นพื้นจม และ พื้นลอย เป็นอาการของ prism effect จากการที่จุดโฟกัสตา ไม่ตรงกับจุดโฟกัสของเลนส์
ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน
เลนส์สายตาจะมีจุที่เรียกว่า optical center
ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน
เมื่อ Optical Center ของเลนส์ ไม่ตรงกับตาดำคนใส่แว่น ก็จะเกิด priem effect

นอกจากนี้ อาจมีสาเหตุจากโรคทางตา  เช่น ต้อ เบาหวาน กระจกตาโป่ง และ กลุ่มที่ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี ทำให้กระจกตาเป็นรอย จึงไม่สามารถมองชัดได้เท่าคนปกติ

ตัดแว่นใหม่ ใส่แล้วมึน
Line us

เลือกกรอบแว่นอย่างไร

เลือกกรอบแว่นอย่างไร

หลายคนเเลือกกรอบแว่นที่เป็นแฟชั่นที่มีขนาดใหญ่ ตามสมัยนิยม ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากเหล่า influencers จากหลากหลายวงการ 

เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
กรอบใหญ่เป็นที่ถูกใจของหลายคน โดยเฉพาะกรอบที่ Over Size

แต่แว่นที่ Influencers เหล่านี้ ใส่เป็นแว่นที่ไม่มีค่าสายตา จึงดูเรียบเนียนไปกับกรอบแว่น การใส่จึงดูสวยงาม เสริมบุคคลิกคนใส่ นั่นคือภาพที่เราเห็นจากสื่อต่างๆ

เลือกกรอบแว่นยังไง
แว่นที่ อินฟูใส่ ส่วนมากจะไม่มีค่าสายตา

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง คนใส่ที่มีค่าสายตา เมื่อเอาเลนส์จริงมาใส่ มันจะไม่เหมือนเดิม มีหลายคน ต้องร้อง “เอ๊ะ” เมื่อประกอบเลนส์สายตาลงในกรอบที่เลือกมาตัดแว่น

ทำไมเป็นเช่นนั้น 

  1. ค่าสายตา คนใส่แว่น มีอยู่จริง ไม่เหมือน Influ ทั้งหลายที่ใส่เพื่อโปรโมทสินค้า และเป็น Cosmetic ชนิดหนึ่งเท่านั้น
    การเลือกกรอบแว่น
    แว่นที่ influencer ใส่ จะไม่มีค่าสายตา
  2. ตำแหน่ง ตาดำคนใส่ อาจอยู่ตรงไหนที่หนึ่งของแว่นที่เลือก อยู่กึ่งกลาง หรือว่าขิดด้านใน หรือว่าชิดขอบบนของกรอบแว่น
    เลือกกรอบยัง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
    ตำแหน่งตาดำ ควรอยู่บริเวณกลางกรอบแว่นที่เลือก

3.ความหนาของกรอบแว่นที่เป็นแว่นที่เราชอบ กับค่าสายตาเรา มันควรไปในทางเดียวกัน

เลือกกรอบยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
ความหนาของกรอบ จะช่วยบดบังความหนาของเลนส์ ถ้าเราเลือกกรอบที่เหมาะสมกับค่าสายตา
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
การลองสวมกรอบแว่น จะทำให้เราทราบว่าตำแหน่งตาดำ อยู่ตรงกลางมั้ย

ทั้งหมดนี้อาจทำให้เราร้อง เอ๊ะ เมื่อร้านแว่นตัดเลนส์ให้เรา เพราะกรอบที่ใหญ่ๆ ตาดำเราจะไม่อยู่ตรงกลางแว่น ซึ่งส่วนใหญ่ จะอยู่ชิดขอบด้านบน และชิดจมูก เมื่อทำเลนส์ออกมา จากภาพที่เคยวาดไว้จาก influ ทั้งหลาย กับเรื่องจริง มันจะต่างกันมาก

เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
กรอบแว่นสปอร์ต ที่มีความกว้าง และความสูงมากๆ ไม่เหมาะกับคนที่มีค่าสายตาเกิน 300

แล้วควรเลือกกรอบแว่นยังไง?

เพื่อให้การเลือกกรอบมีประสิทธิภาพ และความสวยงาม เราควรเข้าใจเรื่องเหล่านี้ก่อน

1.เลนส์สายตามี  2 ประเภท คือ สายตา สั้นเว้า ยาวนูน

เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
ลักษณะของเลนส์สายตา สั้นเว้าตรงกลางหนาตรงขอบ ยาวนูนตรงกลาง บางตรงขอบ

2.Index ของเลนส์คือความหนาบางของเลนส์ ทั้งเลนส์เว้า และ เลนส์นูน

ความหนาของเลนส์ ในแต่ละ Index ตามตัวอย่าง ถ้าเรามีค่าสายตา สั้น บวกเอียง 400 การเลือก Index เลนส์ที่เหมาะสมจะทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากทีเดียว ตามรูปด้านล่าง จะเห็นว่า index 1.60 กับ 1.67 ความหนาต่างกันน้อยมาก แต่ราคาจะต่างกันเท่าตัว
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
Index 1.50 @-400
เลือกกรอบยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
index 1.60 @-400
เลือกกรอบยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
index 1.67 @-400
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
ความหนาของเลนส์ในแต่ละ index

3. วงเลนส์ หรือเส้นผ่าศูนย์กลางเลนส์ 

      • เลนส์บวก 65,70 mm.
      • เลนส์ลบ 70,75 mm.
        เลือกกรอบยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
        ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเลนส์
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
จะเป็นยังไง ถ้า Optical Center เลนส์ เมื่อทาบไปที่กรอบแว่นแล้ว มันเล็กกว่ากรอบแว่นที่เราเลือก

4.ตัวเลนส์จะมีลักษณะกลม

เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
เลนส์จะมีจุดที่ชัดที่สุด ตรงศูนย์กลางของเลนส์
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
เครื่องวัดพารามิเตอร์ ที่จะระบุพิกัด ตำแหน่งตาดำบนกรอบแว่นที่เราเลือก

เลนส์สายตามีจุดชัดของเลนส์ การตัดเลนส์เข้ากรอบ จำเป็นจ้องวางจุด Optical Center ให้ตรงกับรูม่านตา ด้วยเครื่องวัดพารามิเตอร์ ขณะใส่แว่น

5. กรอบแว่นยิ่งใหญ่ ก็จะได้ความหนาของเลนส์ มาอยู่ในกรอบเสมอ ไม่ว่าจะใช้เลนส์ index เท่าไหร่

เลือกกรอบยังไง ถึงไม่ต้อง เอ๊ะ
ลักษณะเลนส์สายตาสั้น จะเหมือน แอ่งกะทะ ที่มีขอบกะทะหนากว่าตรงกลาง

6. ตำแหน่งตาดำ เมื่อไม่อยู่กลางกรอบแว่นที่เลือก

เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
เมื่อตาดำ ไม่อยู่ตรงกลางกรอบแว่น เราจะเห็นว่า ความหนาของเลนส์จะต่างกัน ระหว่างหัวตา กับหางตา

 

เมื่อตำแหน่งของตาดำ ไม่อยู่กึ่งกลางแว่น จะเป็นยังไง

case 1: ตาดำอยู้ใกล้ขอบแว่นด้านบน เราจะได้แว่นที่เลนส์สายตาด้านบน บาง ด้านล่างหนากว่าด้านบน

case 2: อยู่ชิดขอบแว่นด้านจมูก เราก็จะได้เลนส์ที่บางด้านที่ติดจมูก และหนาด้านที่ติดหู

และถ้า ตำแหน่งตาดำอยู้ใกล้ขอบด้านบน และชิดจมูก เราจะได้เลนส์ ที่หนาด้านข้างหู และด้านล่าง 

ดังนั้นการเลือกกรอบแว่นตาที่ต้องการตัดเลนส์สายตา ที่ดีที่สุดคือการลองสวมใส่และดูตำแหน่งตาดำ ที่ไม่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งจนมากเกินไป และกรอบต้องไม่ใหญ่เกิน เลนส์ปกติมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 70, 75 มม ถ้าไปเลือกกรอบที่มีความกว้าง 60 มม แล้วตาดำก็ไม่อยู่กลางกรอบแว่น

เมื่อตัดเลนส์ออกมาจะหนากว่าที่คิด
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
ตำแหน่งตาดำ ควรอยู่กึ่งกลางของกรอบแว่น

แต่ถ้าต้องสั่ง ออนไลน์ วิธีที่ใช่คำนวณคือ การดูตัวเลขที่มากับแว่น ตัวอย่างในรูปด้านล่าง เลนส์กว้าง 58 สะพานจมูกกว้าง 17 ขาแว่น 140 ความกว้างรวม 143 มม.

ถ้าเราต้องการสั่งกรอบแว่นออนไลน์ ตัวที่จะบอกเราว่าแว่นใหญ่เกินไปมั้ย ให้เอา ความกว้างเลนส์ บวกกับ ความกว้างสะพานจมูก เทียบกับค่า ระยะห่างของตาดำเรา

ตัวอย่างเลนส์มีความกว้าง 58 + สะพาน 17 = 75 มม. ค่า PD ตามตัวอย่าง 65 มม แว่นกว้างกว่าตาดำ 10 มม ข้างละ 5 มม ถ้าทำเลนส์ออกมา เลนส์จะหนาตรงหางตา มากกว่าหัวตา

 

เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
เอาความกว้างเลนส์ บวกสะพานจมูก เทียบกับ ค่า pupil distance ตาเรา
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
Pupil Distnace คือ ระยะห่าง รูตาดำ 2 ข้าง
เลือกกรอบแว่นยังไง ถึงไม่ต้องเอ๊ะ
ตัวเลขที่แสดงความกว้างของกรอบแว่น สำพานจมูก ความยาวขา ความกว้างรวมของแว่น จะง่ายต่อการซื้อกรอบ ออนไลน์

 

เมื่อเราเข้าใจเรื่องเหล่านี้ การเลือกขนาดกรอบ จะกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น และไม่ร้อง เอ๊ะ อีกต่อไป

Line Us

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นอย่างไร

ตัดแว่นที่ไหนดี เราจะเลือกร้านแว่นที่ดีได้อย่างไร

หลายคนอาจมองไปที่ร้านที่มี นักทัศนมาตร ร้านที่มีสาขาเยอะๆ ร้านที่มีโปรโมชั่นแรงๆ ร้านที่ตัดแล้วรอรับแว่นได้เลย ร้านที่มีคนรีวิวเยอะๆ ทั้งหมดนี้ไม่ได้รับประกันว่าแว่นที่ตัดออกมา ใส่ได้หรือไม่ได้

ตัดแว่นที่ไหนดี
แว่นโปรเกรสซีฟ ควรเลือกกรอบคุณภาพสูง

เราจะรู้เมื่อได้ลองสวมแว่นที่เป็นเลนส์สายตาของเรา ว่าตัดมาดี หรือไม่ดี ดังนั้นการเลือกร้านแว่นที่มีการรับประกันแว่นที่ตัดออกมา คือร้านที่ใช่

ตัดแว่นที่ไหนดั เราควรเลือกร้านแว่นอย่างไร
ร้านที่รับประกันแว่นที่ตัดออกมา ว่าผู้ใส่จะสามารถใช้งานได้ คือร้านที่เราควรเลือกมากที่สุด เพราะมันคือ end result ของการตัดแว่น

การตัดแว่นตาอาจมีโอกาสเกิดปัญหาได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวัดสายตา การประกอบเลนส์ การเลือกชนิดของเลนส์  ร้านที่มีการรับประกัน หลังจากสวมใส่แล้ว จึงเป็นร้านที่ควรเลือกมากที่สุด

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง

สิ่งที่ควรรู้ในการตัดแว่นตา เพื่อเป็น check list สำหรับคนที่จะตัดแว่นคือ

1.ร้านแว่นที่รอรับได้เลยดีไหม 

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง
คนที่มีค่าสายตา จะมีค่าสายตาเอียงร่วมอยู้ด้วยเสมอ

87% ของคนที่มีค่าสายตา จะมีค่าสายตาเอียงร่วมอยู่ด้วยเสมอ และ 51% จะมีค่าสายตาเอียง ที่ต้องใช้เลนส์เอียงช่วยในการมอง 

ในขณะที่ร้านแว่นที่สามารถนั่งรอรับแว่นได้ มักจะไม่ทำเลนส์ที่มีค่าสายตาเอียงให้คนใส่ ด้วยเหตุผลดังนี้

1.ร้านแว่นจะไม่สต๊อกเลนส์เอียงไว้ที่ร้าน โดยปกติจะต้องสั่งจากโรงงานที่ผลิตเลนส์ เพราะเลนส์สายตาที่มีค่าเอียง จะทำให้การสต๊อกเลนส์เพิ่มขึ้น 10 เท่าตัว จึงไม่สามารถสต็อกเลนส์เอียงได้ หรือ คนใส่ไม่สามาถใส่เลนส์เอียงได้ ถึงจะมีการทอนค่าเอียงเป็นค่าสายตา 

เพื่อให้สามารถปิดการขายได้ทันที ค่าสายตาเอียงจะถูกทอนออกเป็นค่าสายตาที่เพิ่มขึ้น เช่น มีค่าสั้น -1.50d ค่าเอียง -1.00d พอตัดค่าเอียงออกเปลี่ยนเป็นค่าสั้น แว่นตัวนี้ จะมีค่าสายตาที่ -2.00d โดยที่ไม่มีค่าเอียง หรือ บางร้านก็ขายเลนส์ที่มีสต๊อกในร้าน โดยที่ค่าสายตาไม่ตรงกับที่เราใส่แล้วสบายตา  เพราะการตัดแว่นแล้วรอรับได้เลย จะตอบสนองความต้องการ ที่เร่งรีบได้มากกว่า การที่ต้องรอมารับอีกหลายวัน

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง
คนที่มีค่าสายตา ส่วนใหญ่จะมีค่าเอียงร่วมด้วยเสมอ

2.คนวัด  เมื่อตรวจวัดสายตาบางครั้งตัดเอียงออก เพราะการวัดค่าเอียงจำเป็นต้องใช้เวลาที่นานกว่า และต้องดูคนใส่ว่ารับเลนส์ที่มีค่าเอียงได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องใชเวลาปรับจนกว่าจะได้ค่าที่เหมาะสม

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง
คนส่วนใหญ่ เมื่อวัดสายตาออกมาจะมีค่าสายตาเอียงร่วมด้วยเสมอ

2.เมื่ออายุมากขึ้น ทุกคนจะหนีไม่พ้นค่าสายตายาวตามอายุ

คนปกติไม่มีค่าสายตามาแต่เด็ก จะเริ่มมองใกล้ไม่ชัดเมื่ออายุมากขึ้น เพราะกายภาพดวงตาเปลี่ยนไปตามอายุ จึงต้องใช้เลนส์บวกมาช่วยให้ไม่ต้องเพ่งตา

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง
ตัวอย่างอายุกับสายตา ลูกค้ารายนี้ อายุ 40 กว่าๆ ปกติใส่แว่นสายตาสั้นอยู่ประจำ เริ่มมีปัญหาการมองใกล้ไม่ชัด ต้องคอยถอดแว่นออกทุกครั้งที่จะมองโทรศัพท์

หลายคนไม่เคยใส่แว่นเลย พอเริ่มอายุ 40 ก็อาจมองใกล้ๆไม่ชัด ต้องมองหาตัวช่วย เพราะเลนส์แก้วตาทำงานได้ไม่เท่าตอนอายุยังน้อย และมักจะเริ่มด้วยการซื้อแว่นอ่านหนังสือ แบบสำเร็จรูปที่มีค่าสายตา +1.00, +2.00 …. แต่ปัญหาคือ เลนส์สำเร็จรูป จะทำให้เราตาล้าเมื่อใส่ไปสักพักหนึง เพราะตัวเลนส์ ไม่ใช่เลนส์เฉพาะบุคคล ที่ไม่มีการวางค่าพารามิเตอร์ให้ตรงกับตาเรา

การตัดแว่นจึงเป็นสิ่งจำเป็นแม้จะเป็นแว่นอ่านหนังสือก็ตาม

ตัดแว่นที่ไหนดี
แว่นอ่านหนังสือ
ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง
แว่นอ่านหนังสือ ตำแหน่งจุดโฟกัสเลนส์ที่ถูกต้องคือ ตำแหน่งที่ต่ำว่า รูม่านตา ประมาณ 3-4 มม.

3.โรคที่มีผลต่อการมองเห็น ที่ผู้ตัดแว่นควรทราบคือ

  • ต้อลม ต้อเนื้อ ที่ลามไปปิดตาดำ ทำให้การมองเห็นลดลง 
  • ต้อกระจก ที่ทำให้เลนส์แก้วตาขุ่น แสงไม่สามารถผ่านเลนส์แก้วตาไปยังจอรับภาพได้เหมือนคนปกติ
  • ต้อหิน ที่เกิดจาก การไหลเวียนของของเหลวในดวงตาไม่สามารถถ่ายเทได้ปกติ จึงเกิดแรงดันภายในลูกตา ทำให้ปวดเบ้าตา จนอาจทำให้จอประสาทตาเสียหาย หากรักษาไม่ทัน
  • ตาแห้ง ทำให้การมองเห็นลดลง เพราะกระจกตามัวลง
  • ความดัน เบาหวาน
    ตัดแว่นที่ไหนดี
    ต้อเนื้อ

4.การเลือกร้านแว่นจากการรีวิว และจำนวนดาวอาจไม่ใช่คำตอบ

หลายคนมองหา รีวิว ที่ไหนรีวิวเยอะแปลว่าดี เหมือนซื้อของในแอปออนไลน์ ร้านไหนมียอดรีวิวเยอะ ก็เชื่อว่าร้านนี้ดี

แต่รีวิว เชื่อได้จริงหรือ? เพราะการรีวิวให้ร้านค้า เป็นเรื่องที่ต้องกรอกข้อมูลอีเมล และการเข้าผ่าน link ของ Google หลายคนจึงไม่เสียเวลาทำให้ แต่ร้านที่มีคนรีวิวเยอะจนผิดปกติ ทำได้อย่างไร ถ้าไม่มีสิ่งตอบแทน

ดังนั้นการตัดสินด้วยจำนวนดาว และการรีวิว อาจไม่ใช่คำตอบในการเลือกร้านแว่นที่ดี แต่สิ่งที่ควรเลือกมากกว่าจำนวนรีวิว คือการเลือกร้านที่รับประกัน แก้ไขให้ใหม่ เมื่อเราใส่ไม่ได้

เพราะถ้าร้านแว่นที่ดี ต้องเข้าใจ และมี ทักษะ เรื่องหล่านี้

  • ความเข้าใจเรื่องแสง กับการมองเห็น เพราะร้านแว่นใช้เลนส์แก้ไขการหักเหของแสงที่ผ่านตา ให้ไปตกที่จอรับภาพ เพื่อให้มองเห็นได้ดีขึ้น 
  • เข้าใจระบบการทำงานของดวงตา ทำให้รู้ว่าเมื่อลูกค้าใส่แว่นแล้ว ปวดตา มึนหัว คลื่นไส้ ใส่แว่นนานๆ ไม่ได้ เกิดจากอะไร จึงต้องเป็นร้านที่มีทั้งทักษะ และความรู้ 
  • การแนะนำกรอบแว่นที่ถูกต้อง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และการจ่ายเลนส์ ที่ตรงกับความต้องการใช้งานของผู้ใช้ได้ เช่น บางคนมีค่าสายตา 2 ข้างต่างกันมาก การมองเห็นภาพก็จะมีขนาดที่ต่างกัน ควรใช้เลนส์ตัวไหน และหรือ การปรับค่าสายตาข้างไหนเพื่อให้เกิดการ balance ของภาพ เมื่อต่องทำงาน 2 ตาร่วมกัน
  • การปรับแต่งกรอบแว่น ขาแว่น มุมเท หน้าแว่น ความโค้งหน้าแว่น เพื่อช่วยในการใส่ที่สบายตาขึ้น โดยเแพาะแว่นโปรเกรสซีฟ
  • การ fitting แว่นขณะสวมใส่ จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ละเอียดแม่นยำในการวัดค่าพารามิเตอร์ เพราะแตละคน มีความ sensitive ที่ต่างกัน บางคนมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็สามารถรับรู้ได้ ในขณะที่บางคนไม่เป็น

5.คนเรามองเห็นได้อย่างไร

คนเรามองเห็นได้ เพราะแสง และแสงก็มีต้นกำเนิดมาจากความร้อนจาก ธรรมชาติ เช่น ดวงอาทิตย์ และที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เช่น หลอดไฟตัดแว่นที่ไหนดี

แสงจากดวงอาทิตย์ เป็นแสงสีขาวที่ประกอบด้วยคลื่นแสงที่มีความถี่ที่ต่างกัน ความถี่กว้าง และ แคบ ก็จะมีสีที่ต่างกัน เราจึงมองเห็นได้ไม่เท่ากันในเวลากลางวัน กับกลางคืน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะแสงที่เป็นคลื่นยาว ในรูปคือแถบสีแดง มันขาดหายไป จึงมีผลต่อการรับรู้ภาพต่างกัน ทำให้เรามีอาการสายตาสั้นเล็กน้อยในตอนกลางคืน และอีกสาเหตุมาจากรูม่านตาที่ขยายเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติในตอนที่แสงน้อย ทำให้การรับรู้ภาพเปลี่ยนไปจากตอนที่แสงมาก 

 ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะเห็นความแตกต่างที่ชัดขึ้น เพราะความใสของกระจกตา, เลนส์ตา และวุ้นในตา (cornea, Crystalline lens, Vitreous) ลดลง แสงจึงผ่านไปไม่ได้ดี จึงทำให้มีค่าสายตาเมื่ออายุมากขึ้นนั่นเอง

 การมองเห็นของคนเราเกิดขึ้นได้ยังไง?

ตัดแว่นที่ไหนดี

แสงเดินทางด้วยความเร็ว 300,000 kms/วินาที เรามองเห็นทุกอย่างได้ เพราะแสงกระทบวัตถุที่เรามอง แล้วสะท้อนเข้าตาเรา ผ่านดวงตาที่มีกระบวนการรับภาพ และเชื่อมต่อกับเส้นประสาทการมองเห็น Optic Nerve ส่วนเลนส์สายตาเป็นเครื่องมือ ช่วยเบี่ยงเบนแสงให้ไปตกที่จอรับภาพ เราจึงต้องการแว่นตานั่นเอง

6.ทำไมแว่นที่ตัดออกมาไม่ชัด ใส่ไม่สบายตา

เมื่อเข้าใจว่าเลนส์สายตาทำหน้าที่อะไร ถ้าแว่นที่เราตัดออกมาไม่ชัด บ่งบอกได้ว่า มีความผิดพลาดเกิดขึ้น เช่น วัดค่าสายตาอาจผิดพลาด หรือประกอบเลนส์สายตาใส่กรอบคลาดเคลื่อน จ่ายเลนส์ที่ไม่เหมาะกับค่าสายตาและความต้องการใช้งาน

ตัดแว่นร้านไหนดี

การ fitting แว่น คือการวางจุด optical center (OC) ของเลนส์แต่ละประเภทมีความต่างกัน

ตัดแว่นที่ไหนดี เราควรเลือกร้านแว่นยังไง

การ fitting ขณะที่ใส่แว่น ทำให้เรารู้ว่า จุดโฟกัสที่จะวางบนเลนส์ ควรอยู่ในตำแหน่งไหน เพื่อให้แว่นที่มีเลนส์สายตา ประกอบออกมาแล้วใส่สบายตา

อย่างไรก็ตามเมื่อเราตัดแว่น แล้วไม่มีการ fitting แว่นขณะที่ใส่แว่นบนหน้าเรา จะมีโอกาสสูงที่จะไม่ชัด ถึงจะมีการวัดสายตาอย่างละเอียดแล้วก็ตาม

7.ทำไมบางคนใส่แว่นไปสักพัก ถึงใส่ไม่ได้แล้ว

อีกปัญหาที่ คนตัดแว่นไม่ค่อยรู้คือ มนุษย์มีเลนส์แก้วตาที่เป็น เลนส์ auto เหมือนกล้องถ่ายรูปออโต้ เลนส์ตัวนี้ทำหน้าที่ซูม เมื่อเรามองไม่ชัด ทำให้การวัดสายตาที่ผิด ก็ยังใส่ได้ เพราะเลนส์แก้วตาจะปรับให้ตลอดเวลา เราจะรู้ตัวเมื่อเราใส่แว่นแล้ว มีอาการตาล้า อยากถอดแว่น นี่คือสัญญาณ อย่างหนึ่ง ที่เตือนว่า ควรวัดสายตาใหม่ 

ตัดแว่นที่ไหนดี
เลนส์แก้วตา ในขณะที่เรามองไกล จะมีลักษณะที่ผ่อนคลาย
ตัดแว่นที่ไหนดี
ขณะที่มีการเพ่ง เลนส์แก้วตาจะมีลัษณะที่ขยายขึ้น

หากใส่แว่นที่มีค่ามากเกินไป จะส่งผลให้เลนส์แก้วตา อยู่ในอาการเพ่งตลอดเวลาจากการทำงานแบบออโต่ ของเลนส์แก้วตา ผลเสีย คือ ถ้าเป็นเด็กเล็ก การเพ่งเป็นเวลานานๆ จะไปกระตุ้นให้กระบอกตา ขยายขึ้น ซึ่งก็จะทำเด็กมีค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้น แบบถาวร ในขณะที่ผู้ใหญ่ จะมีอาการสายตายาวตามอายุ Presbyopia เร็วกว่าวัยอันควร เข่นอายุ ไม่ถึง 40 ก็มีอาการสายตา ยาวตามอายุแล้ว

8.ทำไมเด็กจึงเปลี่ยนแว่นบ่อยๆ

เด็กที่อายุต่ำกว่า 12 จะอยู่ในวัยที่ ขนาดกระบอกตา ยังโตไม่เต็มที่ เมื่อขนาดกระบอกตาเปลี่ยนแปลง จึงส่งผลต่อค่าสายตาของเด็ก นั่นเอง

ดังนั้นสิ่งเร้าต่างๆ จะมีผลกระทบกับค่าสายตาเด็ก เช่น การจ่ายเลนส์สายตาที่มากเกินไป การเพ่งอยู่กับหน้าจอนานๆ จึงมีผลให้เด็กมีค่าสายตา เพิ่มขึ้น

ตัดแว่นที่ไหนดี
กำลังเพ่ง ตามช่วงอายุ

การเลือกร้านแว่น ที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของตา สาเหตุที่ทำให้ค่าสายตา เปลี่ยนแปลง คือภูมิคุ้มกัน ที่ดีกว่าจำนวนดาว ที่ปรากฎในสื่อ ออนไลน์ ที่สามารถสร้างขึ้นมาได้

Oakley ใส่แล้วมึน

oakley ใส่แล้วมึน

กรอบแว่นสายตา Oakley ทำไมตัดเลนส์สายตาใส่แล้วมึน ทั้งๆที่ค่าสายตาเท่ากับแว่นเดิมที่ใส่อยู่ทุกวัน

Oakley ใส่แล้วมึน
Oakley สายตา เป็นกรอบแว่นที่มีความโค้งแตกต่างกัน เลนส์ต้องมีโครงสร้างที่รองรับกรอบแต่ละรุ่นด้วย จึงจะใช้ใส่ได้สบายตา
Oakley ใส่แล้วมึน
แต้ละรุ่น ความโค้งหน้าแว่นไม่เท่ากัน
oakley ใส่แล้วมึน
Base Curve ของ Oakley แต่ละรุ่นต่างกัน
แว่นสายตาเด็ก ไม่ควรจ่ายแพง
กรอบแว่นสายตาเด็ก oakley ก็มีความโค้งต่างกัน

กรอบ Oakley เป็นที่นิยมในกลุ่มที่ต้องการแว่นสายตาทรงสอร์ต จำนวนมาก เนื่องจากกรอบแว่น Oakley จะใช้ขาแว่นในการหนีบศรีษะเพื่อให้แว่นไม่ขยับ ขณะเคลื่อนไหว ด้วยโครงสร้างการออกแบบ ขาแว่น และ ยางที่ขาแว่นที่เพิ่มความเหนียว เมื่อโดนเหงื่อ ถ้าคนที่เคยใส่กรอบแว่นเยอรมันบางยี่ห้อจะทราบดี

แว่นเด็กตัดที่ไหนดี
Oakley Oakley สายตา

แต่เมื่อใส่เลนส์เข้าไป มีทั้งคนที่ใส่ได้ปกติ และคนที่ใส่แล้วมึน ทำไมเหตุการ์ณแบบนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน แว่นสายตาทรงสปอร์ต ใส่แล้วมึน

oakley ใส่แล้วมึน
เลนส์สายตา เกิดจากค่าเลนส์ ด้านหน้า และด้านหลัง เลนส์ หัก ลบ กัน เช่นด้านหน้า +6.00 diopters ด้านหลัง -8.00 diopter เลนส์ตังนี้จะมีค่าสายตา = +6-8 = -2.00 D หรือ สั้น 200
oakley ใส่แล้วมึน
แสงที่ผ่านเลนส์นูน ด้านขวา จะเป็นค่า + แต่ถ้าเป็นเลนส์เว้า จะเป็นค่า – เลนส์สายตาทุกค่าสายตาด้านหน้าจะเป็นเลนส์นูนเสมอ ส่วนด้านหลังจะเป็นเลนส์เว้า และ เลนส์นูน ได้ทั้ง 2 อย่าง พอหักลบกันแล้วจะเป็นค่าสายตา

เลนส์สายตาปกตืถ้าเป็นเลนส์ทั่วไป จะเป็น base 4 แต่ถ้ากรอบโค้ง จะเป็น Base 6 คือหน้าแว่นมีความโค้งมากกว่า และด้วยหลักการหักเหของแสงที่ผ่าน medium เช่นเลนส์สายตา การหักเห จะไม่เท่ากัน เมื่อความโค้งต่างกัน เราจึงต้องใช้เลนส์ที่มีโครงสร้างแตกต่างกัน จึงจะใช้งานได้high curve glasses frame

อะไรทำให้เกิด เหตุการ์ณแบบนี้ เราลองมาตัวอย่างของกรอบแว่น Oakley รุ่น Crosslink 2 รุ่นนี้ ที่ดูด้วยตา ความโค้งใกล้เคียงกันมาก

Oakley ใส่แล้วมึน
Cross link 8118 Base Curve 4
oakley ใส่แล้วมึน
ค่าที่ได้จากเครื่องวัดพารามิเตอร์

นี้คือค่า พารามิเตอร์ของ Oakley Cross link รุ่น 8118

Oakley ใส่แล้วมึน

oakley ใส่แล้วมึน

ภาพนี้ก็ Oakley Cross Link เหมือนกัน แต่เป็นรุ่น 8080

หลังจากทำการทดสอบโดยใช้ผู้ใส่คนเดียวกัน แต่ใส่แว่น Oakley Crosslink 2 รุ่น ทำการถ่ายภาพด้วยกล้อง Spark 4 ของบริษัท Shamir Lens สิ่งที่พบคือคนเดียวกันใส่กรอบแว่นรุ่น Crosslink ที่เป็นคนละ Model แต่มีรูปร่างคล้ายกัน คือดูด้วยตาเปล่า จะมีความโค้งเท่าๆกัน

เครื่องวัดพารามิเตอร์
การวัดพารามิเตอร์แว่นขณะสวมใส่ จำเป็นต่อการตัดแว่น

 

เครื่องวัดค่าพารามิเตอร์ ใช้ fitting position of wear

แต่เมื่อตรวจสอบด้วยเครื่องวัดพารามิเตอร์ ค่าพารามิเตอร์แว่นของทั้ง 2 รุ่น ในขณะที่ใส่แว่น หรือการ fitting position of wear เราพบว่าใช้เลนส์สายตา ตัวเดียวกันไม่ได้

การวัด position of wear
Position of wear

นี่คงเป็นสาเหตุที่สงสัยกันมานาน ว่าทำไม จึงมีทั้งมึน และไม่มึน

Oakley ใส่แล้วมึน
กรอบ oakley crosslink 2 รุ่น ที่ต้องใช้เลนส์สายตาต่างกัน
Oakley Crosslink 8080 กับ 8118

คนที่มึน ถ้าค่าสายตาวัดได้ถูกต้อง ไม่ over minus และ under plus ต้องมาดูเลนส์ที่ตัดออกมาว่า fitting position of wear ถูกต้องมั้ย แต่ถ้า 2 อย่างนี้ถูกต้อง ก็เหลือเรื่องเดียวคือ กรอบ oakley ตัวนี้มีความโค้งที่ต้องใช้เลนส์สปอร์ต

Oakley ตัดเลนส์ใส่แล้วมึน
They alway have Correlation between eyewear frame and Rx-lens. Don’t make a mess.

ดังนั้น ก่อนซื้อกรอบแว่น เราต้องรู้ก่อนว่า เลนส์สายตาที่ใช้ได้ เป็นเลนส์แบบไหน เพราะค่าเลนส์ของกรอบโค้งมากๆ ราคาเลนส์จะสูงกว่า เนื่องจากเป็นเลนส์เฉพาะบุคคล ที่ต้องชดเชยค่าสายตา ตามพารามิเตอร์ของกรอบแว่น ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะหลายตัวในการวัด และ ทำเลนส์สายตา กรอบโค้งไม่สามารถตัดด้วยเลนส์สำเร็จรูปได้ คนใส่จะเกิดอาการมึนหัวคลื่นไส้เป็นส่วนใหญ่ เพราะแสงที่กระทบวัตถุ ผ่านเลนส์ที่ไม่มีการชดเชยการหักเหของแสง จะทำให้แสงไม่ตกที่จอรับภาพ เราจึงมีอาการมึนหัว คลื่นไส้

Oakley ใส่แล้วมึน
กรอบแว่นสายตาที่เป็นทรงสปอร์ต จำเป็นต้อง fitting position of wear เพื่อหาตำแหน่งจุดโฟกัสของรูม่านตา บนกรอบแว่นที่ใส่
Oakley ใส่แล้วมึน
Oakley Plazlink
Oakley ใส่แล้วมึน
Plazlink

ในขณะที่กรอบที่มีความโค้งน้อย สามารถประหยัดค่าเลนส์ได้ ด้วยการใช้เลนส์สำเร็จรูปที่มีราคา ไม่แพงมาก ขึ้นกับ Brand ของเลนส์แต่ละยี่ห้อ 

Oakley ใส่แล้วมึน
Oakley Activate A

และนี่คำตอบของเรื่องนี้ ทำไมกรอบแว่นสายตา Oakley ตัดเลนส์ใส่แล้วมึน เพราะมันมีทั้งโค้งมาก โค้งน้อยนั่นเอง

มีปัญหากับแว่นโปรเกรศซีฟ
progressive individual lens จะนำค่าพารามิเตอร์มาคำนวณ เหมาะกับคนที่มีค่า add สูง และต้องการใช้งานทุกระยะได้เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องคอยหันหน้าตามจอ เวลามองคอม และ อ่านหนังสือ

การเข้าใจว่าทำไม เราจึงมองเห็นสิ่งต่างๆ ผ่านดวงตาได้ ก็จะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องแว่นโค้ง

แสงจะหักเหเมื่อผ่าน เลนส์สายตา การหักเหของแสงขึ้นกับความโค้งของเลนส์ ทั้ง 2 ด้าน โครงสร้างเลนส์สายตาทั่วไปจะไม่สามารถใช้ได้ เพราะถูก Fix ความโค้งเลนส์ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง

แว่นสายตาทรงสปอร์ตใส่แล้วมึน
แสงที่กระทบจากวัตถุเข้าสู่ตาเรา เมื่อผ่านเลนส์สายตาจะเกิดการหักเหของแสง
แว่นสายตาทรงสปอร์ตใส่แล้วมึน
เพราะการหักเหของแสงเมื่อผ่านเลนส์สายตานี่เอง จึงทำให้ต้องใช้เลนส์ที่ชดเชยค่าสายตาเพื่อให้แสงไปตกที่จอรับภาพในตาเรา

ดังนั้นจึงต้องใช้เลนส์ที่สั่งขัดตามค่าสายตา และพารามิเตอร์ของกรอบแว่น ขณะสวมใส่ ซึ่งจะเป็นเลนส์สายตาสำหรับกรอบโค้ง จึงจะใช้งานได้

Line us