ตัดแว่นที่ไหนดี เราจะเลือกร้านแว่นที่ดีได้อย่างไร หลายคนอาจมองไปที่ร้านที่มี นักทัศนมาตร ร้านที่มีสาขาเยอะๆ ร้านที่มีโปรโมชั่นแรงๆ ร้านที่ตัดแล้วรอรับแว่นได้เลย ร้านที่มีคนรีวิวเยอะๆ ทั้งหมดนี้ไม่ได้รับประกันว่าแว่นที่ตัดออกมา ใส่ได้หรือไม่ได้ แว่นโปรเกรสซีฟ ควรเลือกกรอบคุณภาพสูง เราจะรู้เมื่อได้ลองสวมแว่นที่เป็นเลนส์สายตาของเรา ว่าตัดมาดี หรือไม่ดี ดังนั้นการเลือกร้านแว่นที่มีการรับประกันแว่นที่ตัดออกมา คือร้านที่ใช่ ร้านที่รับประกันแว่นที่ตัดออกมา ว่าผู้ใส่จะสามารถใช้งานได้ คือร้านที่เราควรเลือกมากที่สุด เพราะมันคือ end result ของการตัดแว่น การตัดแว่นตาอาจมีโอกาสเกิดปัญหาได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวัดสายตา การประกอบเลนส์ การเลือกชนิดของเลนส์ ร้านที่มีการรับประกัน หลังจากสวมใส่แล้ว จึงเป็นร้านที่ควรเลือกมากที่สุด
สิ่งที่ควรรู้ในการตัดแว่นตา เพื่อเป็น check list สำหรับคนที่จะตัดแว่นคือ 1.ร้านแว่นที่รอรับได้เลยดีไหม คนที่มีค่าสายตา จะมีค่าสายตาเอียงร่วมอยู้ด้วยเสมอ 87% ของคนที่มีค่าสายตา จะมีค่าสายตาเอียงร่วมอยู่ด้วยเสมอ และ 51% จะมีค่าสายตาเอียง ที่ต้องใช้เลนส์เอียงช่วยในการมอง ในขณะที่ร้านแว่นที่สามารถนั่งรอรับแว่นได้ มักจะไม่ทำเลนส์ที่มีค่าสายตาเอียงให้คนใส่ ด้วยเหตุผลดังนี้
1.ร้านแว่นจะไม่สต๊อกเลนส์เอียงไว้ที่ร้าน โดยปกติจะต้องสั่งจากโรงงานที่ผลิตเลนส์ เพราะเลนส์สายตาที่มีค่าเอียง จะทำให้การสต๊อกเลนส์เพิ่มขึ้น 10 เท่าตัว จึงไม่สามารถสต็อกเลนส์เอียงได้ หรือ คนใส่ไม่สามาถใส่เลนส์เอียงได้ ถึงจะมีการทอนค่าเอียงเป็นค่าสายตา
เพื่อให้สามารถปิดการขายได้ทันที ค่าสายตาเอียงจะถูกทอนออกเป็นค่าสายตาที่เพิ่มขึ้น เช่น มีค่าสั้น -1.50d ค่าเอียง -1.00d พอตัดค่าเอียงออกเปลี่ยนเป็นค่าสั้น แว่นตัวนี้ จะมีค่าสายตาที่ -2.00d โดยที่ไม่มีค่าเอียง หรือ บางร้านก็ขายเลนส์ที่มีสต๊อกในร้าน โดยที่ค่าสายตาไม่ตรงกับที่เราใส่แล้วสบายตา เพราะการตัดแว่นแล้วรอรับได้เลย จะตอบสนองความต้องการ ที่เร่งรีบได้มากกว่า การที่ต้องรอมารับอีกหลายวัน
คนที่มีค่าสายตา ส่วนใหญ่จะมีค่าเอียงร่วมด้วยเสมอ 2.คนวัด เมื่อตรวจวัดสายตาบางครั้งตัดเอียงออก เพราะการวัดค่าเอียงจำเป็นต้องใช้เวลาที่นานกว่า และต้องดูคนใส่ว่ารับเลนส์ที่มีค่าเอียงได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องใชเวลาปรับจนกว่าจะได้ค่าที่เหมาะสม
คนส่วนใหญ่ เมื่อวัดสายตาออกมาจะมีค่าสายตาเอียงร่วมด้วยเสมอ 2.เมื่ออายุมากขึ้น ทุกคนจะหนีไม่พ้นค่าสายตายาวตามอายุ คนปกติไม่มีค่าสายตามาแต่เด็ก จะเริ่มมองใกล้ไม่ชัดเมื่ออายุมากขึ้น เพราะกายภาพดวงตาเปลี่ยนไปตามอายุ จึงต้องใช้เลนส์บวกมาช่วยให้ไม่ต้องเพ่งตา
ตัวอย่างอายุกับสายตา ลูกค้ารายนี้ อายุ 40 กว่าๆ ปกติใส่แว่นสายตาสั้นอยู่ประจำ เริ่มมีปัญหาการมองใกล้ไม่ชัด ต้องคอยถอดแว่นออกทุกครั้งที่จะมองโทรศัพท์ หลายคนไม่เคยใส่แว่นเลย พอเริ่มอายุ 40 ก็อาจมองใกล้ๆไม่ชัด ต้องมองหาตัวช่วย เพราะเลนส์แก้วตาทำงานได้ไม่เท่าตอนอายุยังน้อย และมักจะเริ่มด้วยการซื้อแว่นอ่านหนังสือ แบบสำเร็จรูปที่มีค่าสายตา +1.00, +2.00 …. แต่ปัญหาคือ เลนส์สำเร็จรูป จะทำให้เราตาล้าเมื่อใส่ไปสักพักหนึง เพราะตัวเลนส์ ไม่ใช่เลนส์เฉพาะบุคคล ที่ไม่มีการวางค่าพารามิเตอร์ให้ตรงกับตาเรา
การตัดแว่นจึงเป็นสิ่งจำเป็นแม้จะเป็นแว่นอ่านหนังสือก็ตาม
แว่นอ่านหนังสือ แว่นอ่านหนังสือ ตำแหน่งจุดโฟกัสเลนส์ที่ถูกต้องคือ ตำแหน่งที่ต่ำว่า รูม่านตา ประมาณ 3-4 มม. 3.โรคที่มีผลต่อการมองเห็น ที่ผู้ตัดแว่นควรทราบคือ ต้อลม ต้อเนื้อ ที่ลามไปปิดตาดำ ทำให้การมองเห็นลดลง ต้อกระจก ที่ทำให้เลนส์แก้วตาขุ่น แสงไม่สามารถผ่านเลนส์แก้วตาไปยังจอรับภาพได้เหมือนคนปกติ ต้อหิน ที่เกิดจาก การไหลเวียนของของเหลวในดวงตาไม่สามารถถ่ายเทได้ปกติ จึงเกิดแรงดันภายในลูกตา ทำให้ปวดเบ้าตา จนอาจทำให้จอประสาทตาเสียหาย หากรักษาไม่ทัน ตาแห้ง ทำให้การมองเห็นลดลง เพราะกระจกตามัวลง ความดัน เบาหวานต้อเนื้อ 4.การเลือกร้านแว่นจากการรีวิว และจำนวนดาวอาจไม่ใช่คำตอบ หลายคนมองหา รีวิว ที่ไหนรีวิวเยอะแปลว่าดี เหมือนซื้อของในแอปออนไลน์ ร้านไหนมียอดรีวิวเยอะ ก็เชื่อว่าร้านนี้ดี
แต่รีวิว เชื่อได้จริงหรือ? เพราะการรีวิวให้ร้านค้า เป็นเรื่องที่ต้องกรอกข้อมูลอีเมล และการเข้าผ่าน link ของ Google หลายคนจึงไม่เสียเวลาทำให้ แต่ร้านที่มีคนรีวิวเยอะจนผิดปกติ ทำได้อย่างไร ถ้าไม่มีสิ่งตอบแทน
ดังนั้นการตัดสินด้วยจำนวนดาว และการรีวิว อาจไม่ใช่คำตอบในการเลือกร้านแว่นที่ดี แต่สิ่งที่ควรเลือกมากกว่าจำนวนรีวิว คือการเลือกร้านที่รับประกัน แก้ไขให้ใหม่ เมื่อเราใส่ไม่ได้ เพราะถ้าร้านแว่นที่ดี ต้องเข้าใจ และมี ทักษะ เรื่องหล่านี้
ความเข้าใจเรื่องแสง กับการมองเห็น เพราะร้านแว่นใช้เลนส์แก้ไขการหักเหของแสงที่ผ่านตา ให้ไปตกที่จอรับภาพ เพื่อให้มองเห็นได้ดีขึ้น เข้าใจระบบการทำงานของดวงตา ทำให้รู้ว่าเมื่อลูกค้าใส่แว่นแล้ว ปวดตา มึนหัว คลื่นไส้ ใส่แว่นนานๆ ไม่ได้ เกิดจากอะไร จึงต้องเป็นร้านที่มีทั้งทักษะ และความรู้ การแนะนำกรอบแว่นที่ถูกต้อง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และการจ่ายเลนส์ ที่ตรงกับความต้องการใช้งานของผู้ใช้ได้ เช่น บางคนมีค่าสายตา 2 ข้างต่างกันมาก การมองเห็นภาพก็จะมีขนาดที่ต่างกัน ควรใช้เลนส์ตัวไหน และหรือ การปรับค่าสายตาข้างไหนเพื่อให้เกิดการ balance ของภาพ เมื่อต่องทำงาน 2 ตาร่วมกัน การปรับแต่งกรอบแว่น ขาแว่น มุมเท หน้าแว่น ความโค้งหน้าแว่น เพื่อช่วยในการใส่ที่สบายตาขึ้น โดยเแพาะแว่นโปรเกรสซีฟ การ fitting แว่นขณะสวมใส่ จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ละเอียดแม่นยำในการวัดค่าพารามิเตอร์ เพราะแตละคน มีความ sensitive ที่ต่างกัน บางคนมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็สามารถรับรู้ได้ ในขณะที่บางคนไม่เป็น 5.คนเรามองเห็นได้อย่างไร คนเรามองเห็นได้ เพราะแสง และแสงก็มีต้นกำเนิดมาจากความร้อนจาก ธรรมชาติ เช่น ดวงอาทิตย์ และที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เช่น หลอดไฟ
แสงจากดวงอาทิตย์ เป็นแสงสีขาวที่ประกอบด้วยคลื่นแสงที่มีความถี่ที่ต่างกัน ความถี่กว้าง และ แคบ ก็จะมีสีที่ต่างกัน เราจึงมองเห็นได้ไม่เท่ากันในเวลากลางวัน กับกลางคืน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะแสงที่เป็นคลื่นยาว ในรูปคือแถบสีแดง มันขาดหายไป จึงมีผลต่อการรับรู้ภาพต่างกัน ทำให้เรามีอาการสายตาสั้นเล็กน้อยในตอนกลางคืน และอีกสาเหตุมาจากรูม่านตาที่ขยายเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติในตอนที่แสงน้อย ทำให้การรับรู้ภาพเปลี่ยนไปจากตอนที่แสงมาก
ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะเห็นความแตกต่างที่ชัดขึ้น เพราะความใสของกระจกตา, เลนส์ตา และวุ้นในตา (cornea, Crystalline lens, Vitreous) ลดลง แสงจึงผ่านไปไม่ได้ดี จึงทำให้มีค่าสายตาเมื่ออายุมากขึ้นนั่นเอง
การมองเห็นของคนเราเกิดขึ้นได้ยังไง?
แสงเดินทางด้วยความเร็ว 300,000 kms/วินาที เรามองเห็นทุกอย่างได้ เพราะแสงกระทบวัตถุที่เรามอง แล้วสะท้อนเข้าตาเรา ผ่านดวงตาที่มีกระบวนการรับภาพ และเชื่อมต่อกับเส้นประสาทการมองเห็น Optic Nerve ส่วนเลนส์สายตาเป็นเครื่องมือ ช่วยเบี่ยงเบนแสงให้ไปตกที่จอรับภาพ เราจึงต้องการแว่นตานั่นเอง
6.ทำไมแว่นที่ตัดออกมาไม่ชัด ใส่ไม่สบายตา เมื่อเข้าใจว่าเลนส์สายตาทำหน้าที่อะไร ถ้าแว่นที่เราตัดออกมาไม่ชัด บ่งบอกได้ว่า มีความผิดพลาดเกิดขึ้น เช่น วัดค่าสายตาอาจผิดพลาด หรือประกอบเลนส์สายตาใส่กรอบคลาดเคลื่อน จ่ายเลนส์ที่ไม่เหมาะกับค่าสายตาและความต้องการใช้งาน
การ fitting แว่น คือการวางจุด optical center (OC) ของเลนส์แต่ละประเภทมีความต่างกัน
การ fitting ขณะที่ใส่แว่น ทำให้เรารู้ว่า จุดโฟกัสที่จะวางบนเลนส์ ควรอยู่ในตำแหน่งไหน เพื่อให้แว่นที่มีเลนส์สายตา ประกอบออกมาแล้วใส่สบายตา
อย่างไรก็ตามเมื่อเราตัดแว่น แล้วไม่มีการ fitting แว่นขณะที่ใส่แว่นบนหน้าเรา จะมีโอกาสสูงที่จะไม่ชัด ถึงจะมีการวัดสายตาอย่างละเอียดแล้วก็ตาม
7.ทำไมบางคนใส่แว่นไปสักพัก ถึงใส่ไม่ได้แล้ว อีกปัญหาที่ คนตัดแว่นไม่ค่อยรู้คือ มนุษย์มีเลนส์แก้วตาที่เป็น เลนส์ auto เหมือนกล้องถ่ายรูปออโต้ เลนส์ตัวนี้ทำหน้าที่ซูม เมื่อเรามองไม่ชัด ทำให้การวัดสายตาที่ผิด ก็ยังใส่ได้ เพราะเลนส์แก้วตาจะปรับให้ตลอดเวลา เราจะรู้ตัวเมื่อเราใส่แว่นแล้ว มีอาการตาล้า อยากถอดแว่น นี่คือสัญญาณ อย่างหนึ่ง ที่เตือนว่า ควรวัดสายตาใหม่
เลนส์แก้วตา ในขณะที่เรามองไกล จะมีลักษณะที่ผ่อนคลาย ขณะที่มีการเพ่ง เลนส์แก้วตาจะมีลัษณะที่ขยายขึ้น หากใส่แว่นที่มีค่ามากเกินไป จะส่งผลให้เลนส์แก้วตา อยู่ในอาการเพ่งตลอดเวลาจากการทำงานแบบออโต่ ของเลนส์แก้วตา ผลเสีย คือ ถ้าเป็นเด็กเล็ก การเพ่งเป็นเวลานานๆ จะไปกระตุ้นให้กระบอกตา ขยายขึ้น ซึ่งก็จะทำเด็กมีค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้น แบบถาวร ในขณะที่ผู้ใหญ่ จะมีอาการสายตายาวตามอายุ Presbyopia เร็วกว่าวัยอันควร เข่นอายุ ไม่ถึง 40 ก็มีอาการสายตา ยาวตามอายุแล้ว
เด็กที่อายุต่ำกว่า 12 จะอยู่ในวัยที่ ขนาดกระบอกตา ยังโตไม่เต็มที่ เมื่อขนาดกระบอกตาเปลี่ยนแปลง จึงส่งผลต่อค่าสายตาของเด็ก นั่นเอง
ดังนั้นสิ่งเร้าต่างๆ จะมีผลกระทบกับค่าสายตาเด็ก เช่น การจ่ายเลนส์สายตาที่มากเกินไป การเพ่งอยู่กับหน้าจอนานๆ จึงมีผลให้เด็กมีค่าสายตา เพิ่มขึ้น
กำลังเพ่ง ตามช่วงอายุ การเลือกร้านแว่น ที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของตา สาเหตุที่ทำให้ค่าสายตา เปลี่ยนแปลง คือภูมิคุ้มกัน ที่ดีกว่าจำนวนดาว ที่ปรากฎในสื่อ ออนไลน์ ที่สามารถสร้างขึ้นมาได้