แว่นเตะบอล มาตรฐาน F8 หรือ F803 เรื่องที่คนเล่นฟุตบอล ที่มีค่าสายตาสั้นควรรู้

กรอบแว่น สำหรับใส่เล่นกีฬา ใน Web market ส่วนมากไม่มีมาตรฐานกันกระแทก รองรับ จึงมีความเสี่ยงสูงเมื่อกรอบหัก เลนส์กระเด็นบาดตา โดยเฉพาะ ฟุตบอล และกีฬาที่มีการปะทะ ที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องผ่าน Impact Testing
ตัวกรอบแว่นตา ฟุตบอล ที่ผ่านการทดสอบแล้ว จะมีการประทับ มาตรฐาน ASTM F803 ไว้ที่ด้านในกรอบเสมอ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถ รับรู้ถึงระดับ ความปลอดภัย

เรายังพบว่า แว่นฟุตบอลที่ขายใน Web Market ส่วนใหญ่ จะทำรูปทรงลอกเลียนแบบ แว่นที่มี certified F803

หลายคน จึงอาจไม่ทราบถึงความเสี่ยง ของแว่นที่ไม่มีมาตรฐาน
กรอบที่มีมาตรฐาน F803 เมื่อโดนกระแทก จากลูกบอลเต็มๆ แรงกระแทก จะถูกกระจายออก กรอบจึงไม่หัก เหมือนแว่น ที่ไม่มีมาตรฐาน เพราะวัสดุที่ใช้ทำกรอบ ถูกทดสอบ และ พัฒนาขึ้นมาให้ทนต่อแรงกระแทกของกีฬา แต่ละประเภท



ฟุตบอลเป็นกีฬาที่คนใส่แว่น ต้องระวัง เพราะแรงอัดจากลูกบอล และการปะทะที่เกิดขึ้นระหว่างผู้เล่น สามารถทำให้ ทั้งกรอบแว่น และเลนส์ แตกหัก ทำอันตรายถึงขั้นตาบอดถาวรได้ หากการแตกหัก ไปโดนส่วนที่สำคัญของดวงตา มาตรฐานของแว่นสายตา เล่นกีฬาฟุตบอล จึงต้องมีตามข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย ASTM F803


อาการบาดเจ็บจากกรอบหัก เลนส์กระเด็นหลุดออกจากกรอบ บาดตา ไม่คุ้มค่ากับการใช้กรอบ ที่ไม่มีมาตรฐาน

RecSpecs USA เป็นแว่นกีฬา สายตา ที่ทำจากวัสดุ ที่เรียกว่า Nylon-Flex มีความยืดหยุ่น และมีความทนทาน สูงกว่า วัสดุชนิดอื่น จึงมีมาตรฐานที่สูงกว่า F803




ทุกครั้งที่กรอบแว่นตา โดนกระแทก จนหัก เลนส์สายตามักจะกระเด็นตามมาด้วย



จากข้อมูลสถิติในอเมริกาที่มีการบันทึกไว้ในแต่ละปี ทุกๆ13นาทีจะมีคนเข้าห้องฉุกเฉินบาดเจ็บที่ดวงตา จากการเล่นกีฬา และ 72% อายุต่ำกว่า 25 ปี ยิ่งไปกว่านั้น 43% อายุน้อยกว่า 15 ปี เนื่องจากเด็กเล็กจะขาดความระมัดระวังมากกว่า

ในขณะที่อเมริกา มีกฎหมายของบางรัฐบังคับให้เด็กนักเรียนที่ใส่แว่นสายตา ต้องใช้แว่นที่ผ่านมาตรฐาน impact resIstance เท่านั้นในการใส่แว่นสายตาเล่นกีฬา


1.ผ่านมาตรฐาน Impact Resistance ASTM F803 ที่กำหนดเงื่อนไขการทดสอบไว้ โดยกลุ่ม วิศวกร ชาวอเมริกัน ที่รวมตัวกันเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของวัสดุ เมื่อถูกกระแทก

2. ใช้เลนส์สายตาที่เป็น polycarbonate หรือ Trivex เป็นวัสดุที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าทนการกระแทกมากที่สุด


3.ด้านในของกรอบ จะมียางหรือ silicon ที่รองรับการกระแทก จากแรงอัดของลูกบอล ทั้งด้านหน้า และด้านข้าง
4.สายรัดที่กระชับ ปรับได้ตามขนาดศรีษะ เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับกีฬาที่ต้องปะทะร่างกาย เพื่อกันไม่ให้แว่นหลุด หล่น และโดนเหยียบ
สายรัด Progear จะมี 2 แบบ คือ

4.1 รุ่น strap รัดจากกรอบแว่น สำหรับกีฬาที่ต้องสวมหมวกกันน๊อค เช่น อเมริกันฟุตบอล เบสบอล สกี ice hockey หรือผู้ที่นิยม Big Bike และ คนที่มีศีรษะใหญ่
4.2 รุ่น temple รัดจากปลายขาแว่น quick released ด้วยเดือยล๊อคกับปลายขาแว่นสายรัดที่รัดจากขาแว่น ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ใส่ทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ โดยไม่ต้องมีแว่นหลายอัน โดยเฉพาะเด็กที่ต้องไปโรงเรียนด้วย และเล่นกีฬาโปรดของตัวเอง

5. ขนาดของกรอบ ที่พอดีกับหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นที่ชัดเจน การวางจุดโฟกัสเลนส์ ที่กลางเลนส์แว่นตา จะช่วยลดความหนาของเลนส์


ขนาด และสีกรอบ progear Eyeguard 
6. spare part เป็นสิ่งจำเป็น เช่นสายรัด ยาง ต่างๆ ที่สึกหรอได้ สามารถเปลี่ยนใหม่ได้




7. กรอบแว่นกีฬา จำเป็นต้องโค้งตามรูปหน้า เพื่อปกป้องดวงตาจากสิ่งแปลกปลอม ที่อาจลอยเข้ามาในระหว่างเล่นกีฬา และกรอบแว่นกีฬาที่มี certified F803 เกือบทุกแบรนด์ จะมีความโค้งหน้าแว่น เพื่อให้กรอบทนต่อแรกกระแทก

เลนส์สายตา ที่ตัดใส่แว่นสปอร์ต จะมีการชดเชยค่าสายตา จากความโค้งที่ต่างจากแว่นทั่วไป เพื่อแก้ปัญหาภาพเบลอด้านข้าง


การตัดเลนส์สำหรับแว่นกีฬา กรอบโค้ง
สำหรับคนที่มีค่าสายตา ซับซ้อน เช่น สั้นเกิน 300 เอียง เกิน 200 ค่าสายตา 2 ข้างต่างกันเกิน 200 ควร fitting แว่นที่จะตัด และใช้เลนส์ที่มีโครงสร้างเลนส์ ที่สามารถลดปัญหา ค่าสายตา ซับซ้อน ได้ ซึ่งจะเป็นเลนส์ที่ต้องใช้ค่าพารามิเตอร์ ประกอบการฝนเลนส์ ที่นอกเหนือ จากค่าสายตา



แว่นตาฟุตบอล จึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะเด็กที่ชอบเล่นบอล หรือ บาส เพราะปัญหาเด็กแว่น มักจะบาดเจ็บขณะเล่นกีฬาในโรงเรียน เป็นหลัก จนในอเมริกา ได้กำหนดมาตรฐาน เรื่องแว่นตา ที่ใช้ในการเรียนกีฬา

การเลือกกรอบที่มี certified F803 และการใช้เลนส์สายตา ที่เหมาะกับค่าสายตา เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเล่นกีฬา เพราะการใช้แว่นที่มีคุณภาพ และใช้เลนส์กันกระแทก ก็เหมือนการลงทุนทำประกันดวงตาของเราเอง

“เปลี่ยนจุดอ่อน ให้เป็นจุดเด่นของทีม”








