คอนแทคเลนส์ สำหรับคนตาแห้งคอนแทคเลนส์ แต่ละยี่ห้อ จะมีคุณภาพที่แตกต่างกัน ด้วยความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีที่ต่างกัน เราจึงเห็นคอนแทคเลนส์ที่มีราคาที่ต่างกันในท้องตลาด แม้จะเป็น คอนแทคที่มี function การใช้งานเหมือนกัน เช่น รายวัน ราย 2 สัปดาห์ รายเดือน
เราจะรู้ได้ยังไงว่า ยี่ห้อไหนดี ไม่ดี ในฐานะคนใส่ การตรวจสอบที่ง่ายที่สุด คือ เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในตา หลังจากใส่คอนแทคไปสักพักหนึง แสดงว่าคอนแทคเริ่มเสียดสีกับตาเรา และนั่นคือการส่งสัญญาณเตือนว่า คอนแทคหดตัวลง เพราะน้ำในคอนแทคระเหยออกไป แถมมันดูดน้ำจากฟิล์มน้ำตาเราไปใช้จนเกลี้ยง มันเตือนให้เราเปลี่ยนคอนแทค หรือถอดออก การฝืนใส่ อาจทำกระจกตาเสียหาย และนี่เป็นการตรวจสอบด้วยตัวคนใส่ที่ง่ายที่สุด ของดีจะอยู่นานกว่าของไม่ดี ภายใต้สภาพแวดล้อมเดียวกัน
การฟิตติ้งคอนแทคเลนส์ จะทำให้เรารู้ว่า คอนแทคเลนส์แบบไหนเหมาะกับเรา
ในขณะที่ตาคนเราจะมีคุณภาพฟิล์มน้ำตา (Tear Flim) ที่ต่างกัน ทั้งชั้นที่เป็นเมือก ชั้นน้ำ ชั้นน้ำมัน อาการตาแห้งที่เกิดจากตัวเอง และ คุณภาพคอนแทคเลนส์ เป็นสิ่งที่ควรทำความเข้าใจ
เทคโนโลยี่ของแต่ละแบรนด์ เป็นตัวสร้างความแตกต่าง ทางคุณภาพในขณะที่เรื่องกายภาพดวงตาที่ต่างกัน ของแต่ละคน ก็ส่งผลกระทบเช่นกัน ยี่ห้อเดียวกัน บางคนใส่ได้ บางคนใส่ไม่ได้ คือเกิดอาการตาแห้ง ตาแดง ตาอักเสบ และบางคนใส่แล้วหลุด เป็นต้น
สารเคลือบตา ตามธรรมชาติของคนเรา จะมี 3 ชั้น เมื่อเราวางคอนแทคลงบนกระจกตา มันจะจมอยู่ในสารที่เคลือบกระจกตา ไม่ใช่ทุกคนที่มีปริมาณสารเหล่านี้เพียงพอ คอนแทคเลนส์จึงไม่สามารถใช้ได้กับทุกคนฟิล์มน้ำตา หรือ Tear Flim มี 3 ชั้น แต่ละชั้นทำหน้าที่ต่างกันออกไป
- ชั้นเมือก Mucous layer (ชั้นล่างสุด): ทำหน้าที่ยึดน้ำตาให้ติดกับผิวของกระจกตา
- ชั้นน้ำ Aqueous layer เป็นชั้นกลางของฟิล์มน้ำตา ซึ่งประกอบด้วยน้ำและสารต่าง ๆ ที่มีหน้าที่สำคัญในการให้ความชุ่มชื้นและปกป้องดวงตาจากการแห้งและการติดเชื้อ ชั้นนี้เป็นส่วนที่มีปริมาณมากที่สุดในฟิล์มน้ำตา
- ชั้นน้ำมัน Oil layer ป้องกันการระเหยของ Aqueous layer ทำให้ฟิล์มน้ำตามีความเสถียรและไม่ระเหยเร็ว
ในตาแต่ละคนจะมีฟิล์มน้ำตาไม่เท่ากัน ทั้งปริมาณและคุณภาพของฟิล์มน้ำตา ในขณะเดียวกัน คอนแทคเลนส์แต่ละยี่ห้อ ก็มีความแตกต่างกัน ทั้งวัสดุ องค์ประกอบที่เป็นน้ำ การซึมผ่านของออกซิเจน การรักษาความชุ่มชื้นของน้ำให้ได้นานต่างกัน
ในขณะที่บางคนใส่คอนแทคแล้วหลุด แต่คนอื่นใส่ไม่หลุดในยี่ห้อเดียวกัน มาจากกายภาพดวงตาที่ต่างกันนั่นเอง การหยอดน้ำตาเทียม คือการเพิ่มชั้นน้ำลงไป ซึ่งก็จะระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว เช่นกัน เพราะมันไม่ใช้ ฟิล์มน้ำตาที่ตาเราสร้างขึ้นมา
ความโค้ง กับ เส้นผ่าศูนย์กลาง คอนแทคเลนส์ มีผลกับคนที่ใส่คอนแทคแล้วแน่นไป หรือ หลวมไปความสัมพันธ์ระหว่างความโค้งและเส้นผ่าศูนย์กลาง
- การเลือกความโค้งและเส้นผ่าศูนย์กลางที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากรูปทรงและขนาดของกระจกตาของผู้สวมใส่ เพื่อให้คอนแทคเลนส์มีความพอดีและสบาย
- กระจกตาโค้งมาก (Steep Cornea):
- อาจต้องใช้เลนส์ที่มีความโค้งมาก (Base Curve ต่ำ) เพื่อให้เลนส์พอดีกับรูปทรงกระจกตา
- กระจกตาแบน (Flat Cornea):
- อาจต้องใช้เลนส์ที่มีความโค้งน้อย (Base Curve สูง) เพื่อให้เลนส์ไม่รัดแน่นเกินไป
ความโค้งกระจกตา แต่ละคนไม่เท่ากัน
ดังนั้น คนที่ใส่คอนแทคเลนส์ แล้ว หลุด เพราะหลวมไป จึงควรเปลี่ยน base curve คอนแทคเลนส์ที่ใส่ เช่น ตอนใส่ base curve 9.00 mm ใส่แล้วหลุด ต้องเปลี่ยน base curve ลงมาเป็น 8.5 มม แทน หรือ เพิ่มขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของ คอนแทคเลนส์ เช่น เพิ่มจาก 14.0 mm. เป็น 14.5 mm.
ด้วยการเปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่ง
องค์ประกอบของน้ำในคอนแทคสำคัญยังไง
คอนแทคเลนส์ จะมีองค์ประกอบที่เป็นน้ำ เป็นส่วนใหญ่ จึงมีคำถามว่า คอนแทคสำหรับคนตาแห้ง ควรมีน้ำเยอะๆ จริงหรือ?
คอนแทครายวัน และรายเดือนคอนแทคจะมีส่วนประกอบที่เป็นน้ำ ทำให้รู้สึกสบาย แต่ในขณะเดียวกัน น้ำก็มีหน้าที่รักษาสภาพคอนแทคเลนส์ให้คงรูปร่างเดิม
และเมื่อน้ำระเหยออกไปจากคอนแทคเลนส์ จะมีการนำน้ำจากฟิล์มน้ำตาเราไปชดเชยน้ำที่ระเหยออกไปจากคอนแทคเลนส์
ดังนั้นคอนแทคเลนส์ที่ดี ไม่ใช่เรื่องค่าน้ำที่เยอะเสมอไป แต่เป็นเทคโนโลยี่ในการกักเก็บความชุ่มชื้นที่ทำได้นานกว่า
ค่าออกซิเจน บนคอนแทคสำคัญยังไง
กระจกตา จำเป็นต้องมีออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงตลอดเวลา เราจึงจะมีสุขภาพตาที่ดี แต่เมื่อเราใส่คอนแทคที่ไม่มีคุณภาพ การซึมผ่านออกซิเจนไปกระจกตาจึงลดน้อยลง เพราะมีคอนแทคมากั้นออกซิเจน ดังนั้น คอนแทคที่ดี จึงต้องมีโครงสร้างที่ออกซิเจนซึมผ่านได้มากที่สุด
ค่าออกซิเจนซึมผ่าน ดูจากค่า Dk/t ค่ายิ่งสูงยิ่งดี เป็นดัชนี ชี้วัดคุณภาพ คอนแทคเลนส์ หรือ อาจดูจากค่า ออกซิเจนที่ซึมผ่านได้เช่นกัน ในแต่ละยี่ห้อ ค่านี้จะต่างกัน โดยเฉพาะวัสดุที่เป็น Silicone Hydrogel ค่านี้ จะเกิน 100
ค่า Dk/t ตัวบ่งบอกถึงความสามารถในการซิมผ่านของออกซิเจนที่ ความหนาในระดับหนึงผลกระทบจากการขาดออกซิเจนที่ตา (Corneal Hypoxia)
อาการตาแดง (Redness)
- การขาดออกซิเจนทำให้หลอดเลือดในกระจกตาขยายตัว ส่งผลให้ตาแดงและระคายเคือง
อาการตาพร่า (Blurred Vision)
- การขาดออกซิเจนทำให้กระจกตาบวมหรือมีการสะสมของของเหลว ซึ่งทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน
การเกิดแผลที่กระจกตา (Corneal Ulcers)
- การขาดออกซิเจนเป็นเวลานานสามารถทำให้เกิดแผลที่กระจกตา ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อและอาจทำให้การมองเห็นลดลงอย่างถาวร
การสร้างเส้นเลือดใหม่ที่กระจกตา (Neovascularization)
- กระจกตาปกติไม่มีหลอดเลือด แต่การขาดออกซิเจนทำให้ร่างกายพยายามสร้างเส้นเลือดใหม่เพื่อเพิ่มการนำออกซิเจนเข้าสู่กระจกตา ซึ่งอาจทำให้การมองเห็นลดลง
อาการตาแห้ง (Dry Eyes)
- การขาดออกซิเจนอาจทำให้การผลิตน้ำตาลดลง ทำให้เกิดอาการตาแห้งและระคายเคือง
การเกิดโปรตีนสะสม (Protein Deposits)
- การขาดออกซิเจนอาจทำให้เกิดการสะสมของโปรตีนบนพื้นผิวของคอนแทคเลนส์ ซึ่งทำให้เลนส์ขุ่นและมองเห็นไม่ชัด
คอนแทคที่มีค่าออกซิเจนสูง จึงเหมาะกับคนที่ตาแห้งจากกายภาพ ดวงตา เพราะค่าออกซิเจนสูงจะช่วยยืดอายุการใช้งานของคอนแทคเลนส์ และลดปัญหาอาการตาแห้ง
คอนแทคที่ออกซิเจนซึมผ่านได้ดี ในตลาดมีไม่มากนัก และเท่าที่เห็นคือ จะใช้วัสดุที่เป็น silicone hydrogel ซึ่งเป็นคอนแทคเลนส์ที่เหมาะกับคนที่มีปัญหาตาแห้ง จากกายภาพดวงตา หรือ ใช้งานในสภาพที่แวดล้อมที่ทำให้เกิดตาแห้ง
oxegen 98%, Silicone Hydrogel, UVA blocking
oxegen 98%, Silicone Hydrogel, UVA blocking
oxegen 98%, Silicone Hydrogel, UVA Blocking
oxegen 98%, Silicone Hydrogel, UVA Blocking
oxegen 98%, Silicone Htdorgel, UVA blocking
oxegen 98%, Silicone Hydrogel, UVA Blockingความสัมพันธ์ของน้ำ กับค่าออกซิเจน
ในความเป็นจริงพบว่า สัดส่วนน้ำที่มากในคอนแทคเลนส์ จะมีผลต่อค่าการซึมผ่านของออกซิเจน บนคอนแทคเลนส์ เพราะน้ำที่มากไปขัดขวางการซึมผ่านของออกซิเจน
ประเภทของคอนแทคเลนส์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

- คอนแทคสายตาสั้น/ยาว
oxegen 88%, Hydrogel , UVB blocking - คอนแทคเลนส์ สายตา + เอียง
oxegen 88%, Hydrogel , UVB blocking - คอนแทคเลนส์สำหรับ คนที่มีค่าสายตายาวตามอายุ คือใส่มองไกล และมองใกล้ได้
oxegen 88%, Hydrogel , UVB blocking
ในปัจจุบันคอนแทคเลนส์ สามารถใช้ได้กับคนที่มีค่าสายตาเอียง และคนที่มีค่าสายตายาวตามอายุ
Astig contact lensesคอนแทคเลนส์ ที่มีค่าสั้น เอียง และ ค่ายาว เอียง เรียกว่าคอนแทคสำหรับสายตาเอียง สำหรับคนที่มีค่าเอียง ตั้งแต่ -0.75 d – 3.50 d หากค่าเอียงมากกว่านี้ ต้องตัดแว่น
ใครควรใส่คอนแทคเลนส์ที่มีค่าเอียง
- มองภาพไม่คมขัด ยิ่งมี่ค่าเอียงมาก จะยิ่งเห็นความต่าง
- ปวดตาตอนท้ายวัน
- ขับรถกลางคืน ลำบากมองไม่ชัด
ทั้งหมดคืออาการของคนที่มีค่าสายตาเอียง แต่ไม่ได้แก้ไข หรือแก้ไขด้วยการชดเชยค่าเอียงด้วยค่าสายตา ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า ถ้าเอียงตั้งแต่ -0.75 d แล้วไม่แก้ไข จะมีอาการข้างต้น
สอบถามการเทียบเคียงค่าสายตาเอียง และ ค่าสายตายาวตามอายุ
Line us