ตัดแว่นที่ไหนดี ปี2567

มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

ตัดแว่นที่ไหนดี สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยเข้าร้านแว่นมาก่อนในชีวิต และมือเก่าที่ยังแยกไม่ออกว่าแว่นดีดีเป็นยังไง

ตัดแว่นที่ไหนดี คำถามที่ ที่ไม่สามารถใช้จำนวนดาวตัดสินใจได้ เหมือนที่เราใช้เลือกร้านค้า ใน Lazada หรือ Shopee เวลา shopping online

Eye anatomy
eye anatomy

ความเข้าใจเรื่อง anatomy ของตา ทำให้เราสามารถ แก้ไขปัญหาสายตาได้ถูกต้อง เพราะการจ่ายเลนส์สายตาจำเป็นต้องเข้าใจ กระบวนการทำงานของดวงตา

ถ้าร้านแว่นไม่เข้าใจเรื่อง กระบวนการการมองเห็นของตา ว่าเราเห็นภาพต่างๆ ได้อย่างไร การแก้ปัญหาการมองเห็นให้คนอื่น ก็จะใช้ความจำที่ถูกสอนมาว่าต้องทำอะไรบ้าง 1,2,3,…  ในการตัดแว่นให้ลูกค้า โดยที่ขาดความเข้าใจ พอปัญหาที่เจอ ไม่เคยถูกสอนให้จำ ก็จะแก้ไม่ได้

เพราะกายภาพดวงตาที่เป็นสาเหตุหลัก จึงทำให้คนมีค่าสายตาที่ต้องแก้ไข การแก้ไขเรื่องค่าสายตามีหลายวิธี ตั้งแต่ การผ่าตัดทำเรสิก ใส่ contacts และตัดแว่นสายตา ถ้าเราเลือกการแก้ไขด้วยแว่นตา คำถามที่ต้องถามตัวเองแบบจริงจัง คือ "ตัดแว่นที่ไหนดี"

ตัดแว่นที่ไหนดี
ความรู้เรื่องแสง ทำให้เราสามารถแก้ไขการมองเห็นที่ไม่ชัดได้

เราจะเลือกร้านแว่นที่ไหนดี จึงกลายเป็นปัญหาของคนใส่แว่น เพราะไม่รู้จะเลือกร้านแว่นยังไง

หลายคนมองหา รีวิว ที่ไหนรีวิวเยอะแปลว่าดี เหมือนซื้อของใน lazada และ shopee ร้านไหนมียอดรีวิวเยอะ ก็เชื่อว่าร้านนี้ดี

แต่รีวิว เชื่อได้จริงหรือ? ลองถามตัวเองดูว่า เวลาเราซื้อของใน Lazada หรือ Shopee เราเคยรีวิวสินค้าให้ใครบ้าง แล้วจำนวนรีวิวจำนวนมาก มันมาจากไหน ใครรีวิวให้ สินค้าบางอย่างเพิ่งวางขายก็มียอดรีวิวจำนวนมากติดมา ของบางอย่างยอดรีวิว มากกว่าจำนวนชิ้นที่ขายอีก แค่นี้ก็พอจะรู้แล้วว่า รีวิวที่เราเห็น ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นมา

optic nerve
ตาคนเรา ทำงานร่วมกับเส้นประสาทตา

ดังนั้นการตัดสินด้วยจำนวนดาว อาจไม่ใช่คำตอบในการเลือกร้านแว่น ที่เราจะตัด แต่อยากแนะนำว่าร้านแว่นจำเป็นต้องเข้าใจ 3 เรื่องนี้

1.ความเข้าใจเรื่องแสง กับการมองเห็น

2.ระบบการทำงานของดวงตา

3.การจ่ายเลนส์สายตา และการ fitting แว่นขณะสวมแว่นที่จะตัด

3 เรื่องนี้คือ การแก้ปัญหาการมองด้วยเลนส์สายตา

คนเรามองเห็นได้ เพราะแสง และแสงก็มีต้นกำเนิดมาจากความร้อนจาก ธรรมชาติ เช่น ดวงอาทิตย์ และที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เช่น หลอดไฟ

ตัดแว่นที่ไหนดี

แสงสีขาวที่เราเห็นประกอบด้วยคลื่นแสงที่มีความถี่ที่ต่างกัน สีต่างกัน เราจึงมองเห็นได้ไม่เท่ากันในเวลากลางวัน กับกลางคืน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะแสงที่เป็นคลื่นยาวมันขาดหายไป จึงมีผลต่อการรับรู้ภาพต่างกัน ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะเห็นความแตกต่างที่ชัดขึ้น

แสงเดินทางด้วยความเร็ว 300,000 kms/วินาที เรามองเห็นทุกอย่างได้ เพราะแสงกระทบวัตถุที่เรามอง แล้วสะท้อนเข้าตาเรา ผ่านดวงตาที่มีกระบวนการรับภาพ และเชื่อมต่อกับเส้นประสาทการมองเห็น Optic Nerve 

Refractive Error

คนที่มีค่าสายตา สั้น เอียง ยาว เกิดจากแสงที่กระทบวัตถุ แล้วสะท้อนเข้าตาเราแต่แสง ดันตกก่อน และตกหลัง จอรับภาพ เราจึงมองไม่ชัดนั่นเอง หรือภาพเบลอ เบลอมากก็ค่าสายตามาก เบลอน้อยค่าสายตาก็น้อย

ตกหน้าจอก็สั้น ค่าสายตาเป็น ลบ ตกหลังจอก็ยาว ค่าสายตาเป็น บวก ถ้าแสงตก 2 แกนก็คือมีค่าสายตา สั้น บวก เอียง หรือ ยาว บวก เอียง 

ในรูปขวาสุดเป็น  สั้น บวกเอียง เพราะ ทั้ง 2 แกน แสงตกหน้าจอรับภาพ

การแก้ไขด้วยแว่น คือการใช้เลนส์แก้ไข เลนส์จะทำให้แสงวิ่งช้าลง และเบี่ยงเบนการหักเหของแสงให้ตกที่จอรับภาพ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์สายตาสั้น ยาว เอียง ทำหน้าที่เดียวกัน คือ จัดการให้แสงไปตกที่จอรับภาพ ด้วยเลนส์สายตา และการประกอบเลนส์ใส่กรอบแว่น นี่คืองานของร้านแว่นตา 

หากนอกเหนือกว่านี้ เป็นงานของจักษุแพทย์ ที่ทำหน้าที่รักษาตา ในขณะที่นักทัศนมาตร หรือ OD (Optometrist) จะทำหน้าที่กลั่นกรองโรคที่เกี่ยวกับตา เพื่อส่งให้จักษุแพทย์รักษา เช่น ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อหิน เป็นต้น

สายตาสั้น เอียง อยากดำ Scuba
ตัวอย่างการหักเหของแสงที่ผ่านน้ำ ที่ทำให้เรารู้ว่า เมื่อเปลี่ยนจากน้ำ เป็นเลนส์ก็จะส่งผลคล้ายๆกัน
แว่นสายตาทรงสปอร์ต ใส่แล้วมึน

การแก้ไขค่าสายตา ด้วยแว่น ก็คือการใช้เลนส์สายตา เปลี่ยนแปลงการเดินทางของแสงนั่นเอง

แว่นสายตาทรงสปอร์ตใส่แล้วมึน
เพราะแสงที่วิ่งผ่านเลนส์จะมีการหักเห เลนส์จึงช่วยให้คนที่มีค่าสายตา เห็นภาพได้ชัดนั่นเอง

เมื่อเราพอเข้าใจว่าเลนส์สายตาทำหน้าที่อะไร ถ้าแว่นที่เราตัดออกมาไม่ชัด มันก็บ่งบอกได้ว่า มีความผิดพลาดเกิดขึ้น แน่นอน เช่น วัดค่าสายตาผิดพลาด ประกอบเลนส์สายตาใส่กรอบ คลาดเคลื่อน 

อาจเกิดจาก อย่างใด อย่างหนึ่ง หรือ ทั้ง 2 อย่าง

ตัดแว่นร้านไหนดี
การ fitting แว่น คือการวางจุด optical center (OC) ให้ตรงกับรูม่านตาคนใส่

ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราตัดแว่น แล้วไม่มีการ fitting แว่นขณะที่ใส่แว่นบนหน้าเรา ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้ว่า มันมีโอกาสสูงที่จะไม่ชัด ถึงจะมีการวัดสายตาอย่างละเอียดแล้วก็ตามตัดแว่นที่ไหนดี ปี2567

การ fitting ตำแหน่งรูรับแสง หรือรูม่านตา เป็นสิ่งจำเป็นในการตัดแว่น 

แว่นที่มีขนาดเลนส์ที่ใหญ่ ยิ่งจำเป็น ในการวางจุด OC ให้ตรงกับ ตาดำคนใส่

สายตายาวตามอายุ ดำscuba

แว่นโปรเกรสซีฟ ยิ่งจำเป็น เพราะถ้าพลาด ก็จะกระทบทั้ง การมองไกล มองกลาง และ มองใกล้

อีกปัญหาที่ คนตัดแว่นไม่ค่อยรู้คือ มนุษย์มีเลนส์แก้วตาที่เป็น เลนส์ auto เหมือนกล้องถ่ายรูปออโต้ เลนส์ตัวนี้ทำหน้าที่ซูม เมื่อเรามองไม่ชัด ทำให้การวัดสายตาที่ผิด ก็ยังใส่ได้ เพราะเลนส์แก้วตาจะปรับให้ตลอดเวลา เราจะรู้เมื่อเราใส่แว่นแล้ว ตาล้า อยากถอดแว่น นี่คือสัญญาณชีพ อย่างหนึง ที่เตือนว่า ไปวัดสายตาใหม่

ตัดแว่นที่ไหนดี
เลนส์แก้วตา ในขณะที่เรามองไกล จะมีลักษณะที่ผ่อนคลาย
ตัดแว่นที่ไหนดี
เลนส์แก้วตา จะมีลักษณะพอง ซึ่งเกิดจากการเพ่งตามอง เป็นอาการที่ทำให้เรา รู้สึกตาล้า อยากถอดแว่น พักสายตา

การจ่ายเลนส์ที่มีค่า over minus หรือ under plus จะส่งผลให้เราเกิดอาการตาล้า เพราะเลนส์แก้วตาต้องทำหน้าที่เพ่ง เพื่อให้เราเห็นภาพชัด เมื่อเพ่งไปนานๆ ตาจึงล้านั่นเอง

มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

เพราะมนุษย์ สามารถปรับการมองเห็นได้ด้วยเลนส์แก้วตา (crystalline lens) ที่ทำหน้าที่เป็นตัวซูม เหมือนกล้องถ่ายรูป เลนส์ auto นั่นเอง

ตัดแว่นที่ไหนดี

เพราะความสามารถในการ ปรับเลนส์แก้วตาให้มองสิ่งต่างๆชัดขึ้น ที่เปลี่ยนไปตามช่วงอายุของคนเรา ทำให้การใส่แว่นที่มีค่าสายตา over minus หรือ under plus ยังทำให้เรามองวัตถุชัดได้ แต่เป็นความชัดที่แลกมาด้วยการเพ่ง สิ่งที่ตามมาคือ อาการล้าตา นั่นเอง 

ทั้งหมดนี้ น่าจะพอบอกได้ว่า ตัดแว่นร้านไหนดี

ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น เอียง ยาว เลนส์มองระยะเดียว (single lens) เลนส์มอง 2 ระยะ (bifocal) หรือ เลนส์มองหลายระยะ (progressive lens) ร้านแว่นที่ดี จำเป็นต้องเข้าใจระบบการมองเห็นทั้งระบบ จึงจะแก้ไขปัญหาการมองได้ดี ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นร้านจักษุแพทย์ หรือ ร้านที่มีนักทัศนมาตร เท่านั้นจึงจะเป็นร้านแว่นที่ดี เพราะทุกอย่างในปัจจุบันสามารถศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตัวเอง 

ไม่ใช่แค่ชื่อที่บอกตัวตน คุณลักษณะ มาตรฐาน และการยอมรับของผู้ใช้ คือสิ่งที่ทำให้เรายังคงอยู่

Featured Products

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ หลายคนตัดเลนส์ progressive มาแล้วใช้ไม่ได้ มองไม่ชัด มึนหัว คลื่นไส้มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

หรือถ้าเราเป็นหนึ่งในคนที่เจอปัญหาเหล่านี้ เช่น มองไกล กับมองคอม ไม่ชัด แต่อ่านหนังสือชัด ต้องเงยหน้าอ่านหนังสือ มองคอมได้ไม่เต็มจอ ต้องหมุนหน้าจากซ้ายไปขวา มีภาพบิดเบือนด้านข้าง เวลามองคอม หรืออ่านหนังสือ

เรื่องแบบนี้มักเป็นปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟที่หลายคนผิดหวัง จนไม่คิดจะกลับไปใช้อีกเลย

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
เลนส์โปรเกรสซีฟ เปรียบเหมือน มีดพับสวิส ที่มองได้ทุกระยะ แต่ก็ไม่สามารถมองได้ดีเท่าเลนส์ที่มองได้ระยะเดียว

เลนส์โปรเกรสซีฟ เปรียบเหมือนมีดพับสวิส ที่เป็นมีดเอนกประสงค์ มีทั้งมีด ที่ตัดเล็บ กรรไกร หลายอย่างในอันเดียว แต่ก็ไม่มีอันไหนใช้งานได้ดีเท่ากับเครื่องมือเดี่ยวๆ มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟมีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

เช่นเดียวกับแว่นโปรเกรสซีฟ ใช้งานได้ทุกระยะ แต่ก็ไม่มีระยะไหน ใช้งานดีเท่ากับ แว่นที่เป็น Single lens เดี่ยวๆ เหมือนแว่นมองไกลอย่างเดียว หรือแว่นอ่านหนังสืออย่างเดียว

มีปถญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
โครงสร้างเลนส์โปรเกรสซีฟ จะมีค่าสายตา หลายค่าในเลนส์เดียว
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ค่าสายตาบนเลนส์โปรเกรสซีฟ จะมีค่ามองไกล และ ค่า Add ที่เป็นค่ามองใกล้
เลนส์โปรเกรสซีฟ มีลักษณะที่ต้องได้อย่าง เสียอย่าง เสมอ เช่น ต้องการพื้นที่อ่านหนังสือกว้างๆ ก็จะทำให้พื้นที่มองคอมแคบลง 
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ได้อย่าง เสียอย่าง คือ ถ้าเราใช้ short corridor ก็จะทำให้พื้นที่มองคอมแคบ ถ้าเราใช้ long corridor ก็จะทำให้พื้นที่อ่านหนังสือแคบลง

แล้วอะไรบ้างที่เป็นปัญหาทำให้คนตัดแว่นโปรเกรสซีฟ แล้วผิดหวังอย่างแรง

1.การเลือกกรอบที่เหมาะกับเลนส์โปรเกรสซีฟ  ผู้ใส่มักไม่รู้ว่า กรอบแบบไหนเหมาะกับเลนส์ progressive
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
กรอบแว่นโปรเกรสซีฟ ควรมี 1.ขนาดความสูงที่เหมาะสม 2. ตัวกรอบปรับดัดได้ 3. ใส่แล้วกระชับหน้า ไม่ห้อยลงมา ระยะห่างตาอยู่ที่ 12-13 มม
Oakley ตัดเลนส์ใส่แล้วมึน
เทคโนโลยี ทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้ เช่นกรอบแว่นโปรเกรสซีฟ ควรใช้กรอบที่สามารถปรับแป้นจมูกได้ ในอดีตเคยเป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะ Software ที่ใช้ฝนเลนส์สามารถทำให้ได้
2.การวัดค่าพารามิเตอร์ ขณะใส่แว่น หรือ position of wear 

การ fitting แว่นเป็นเรื่องสำคัญของแว่นโปรเกรสซีฟ ควรทำก่อนวัดค่าพารามิเตอร์ ผู้ใส่ควรแจ้งให้ปรับแว่นจนกว่าจะรูสึกว่าพอดี จึงจะวัดพารามิเตอร์ได้ อย่าทำทีหลังเป็นอันขาด

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
position of wear ปัญหาที่พบบ่อยกับแว่นโปรเกรสซีฟ ที่ไม่ชัด
มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
การวัด position of wear สำคัญมาก ผู้ใส่ต้องแจ้งให้ปรับแว่นให้รูสึกสบาย ก่อนวัดพารามิเตอร์
Oakley ใส่แล้วมึน
เลนส์โปรเกรสซีฟจะใช้งานได้ ทุกระยะ การวัดค่าพารามิเตอร์ต้องมีความแม่นยำ การใช้ปากกาจุดลงบนเลนส์ในการตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ มักเกิดความคลาดเคลื่อนเสมอ
มีปักับแว่นโปรเกรสซีฟ
การวัดพารามิเตอร์กรอบแว่น กับผู้ใส่ เลนส์จะถูกวางจุดโฟกัสการมองได้แม่นยำ ทำให้การใช้งานง่ายขึ้น
3.ระยะ corridor หรือระยะที่ใช้มองคอม 

การเลือกระยะ corridor มีผลกับการมองระยะกลาง และการมองใกล้

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
Corridor หรือระยะกลางของเลนส์ มีความสำคัญกับเลนส์โปรเกรสซีฟ ไม่แพ้ปัจจัยตัวอื่น
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ระยะ corridor คือพื้นที่มองคอม ซึ่งมีทั้งสั้น ปกติ และยาว หากเน้นงานคอม ก็ควรเลือก corridor แบบยาวเพราะจะให้พื้นที่มองคอมมากกว่า แบบสั้น และแบบปกติ
มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ระยะ corridor ควรล้อตามกรอบ และความต้องการใช้งานของผู้ใส่ หากเลือกกรอบที่มีความสูงน้อย ระยะ corridor จะถูกบังคับให้เป็น corridor สั้น ด้วยขนาดกรอบแว่น
4.การวัดค่าสายตามองไกล และค่า add สำหรับมองใกล้ ที่ผิดพลาด

คนที่วัดสายตา ต้องมีความรู้เรื่องการทำงานของตา ไม่ใช่ความรู้ในการใช้เครื่องวัดสายตาอย่างเดียว

Eye anatomy
เรามองเห็นสิ่งต่างๆได้ ด้วยแสงที่ส่องมากระทบวัตถุ เข้าตาเรา ผ่านกระจกตา cornea-pupil- crystalline lens โดยแสงจะถูก converse ให้ไปตกที่จอรับภาพ retina ที่ทำงานร่วมกับ optic nerve จึงทำให้เกิดภาพขึ้นมานั่นเอง

เหมือนเราเอารถไปให้ช่างซ่อมรถที่ไม่รู้ว่ารถยนต์ขับเคลื่อนยังไง เราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าช่างทำถูก 

การวัดสายตาก็เช่นเดียวกัน ถ้าคนวัดไม่รู้ว่า ตาเราทำงานยังไงถึงมองเห็น เราจะมั่นใจได้แค่ไหน ว่าตัดเลนส์ออกมา แล้วใส่ได้ 

มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
การตรวจวัดเบื้องต้น ด้วยเครื่อง Autorefractor ซึ่งทำหน้าที่ refract แสง ผ่านรูม่านตาเรา เครื่องจะคำนวณว่าแสงไปตกที่จุดไหน ของจอรับภาพหรือ retina และแปลงเป็นค่าสาตาออกมา
มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
การตรวจเช็คค่าสายตาแบบละเอียดด้วยเครื่อง Phoropter ในขั้นตอนที่ 2 เป็นการนำค่าสายตาที่วัดได้จาก เครื่อง Autorefractor มาตรวจเช็คอีกครั้งกับคนไข้ เพื่อดูว่าค่าไหนเหมาะสม และการทำงานร่วมกันของตาทั้ง 2 ข้าง ด้วยการอ่านป้าย Snallen chart
มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีห
การใส่เลนส์ทดลอง ในขั้นตอนสุดท้ายของการวัดสายตา เพื่อเป็นการยืนยันค่าสายตาที่วัดจากเครื่อง phoropter ว่าเลนส์สายตาที่จะจ่ายให้ มีผลต่อการมองจริงยังไง เพื่อปรับอีกครั้งให้คนไข้ที่มาวัดสายตาใช้งานได้แบบสบายตา หรือ ลดการเพ่งในส่วนของ Crystalline lens
5. ผู้ใส่ ที่ไม่เคยใส่แว่นตาติดหน้ามาก่อน ต้องใช้เวลาฝึกการใช้เลนส์โปรเกรสซีฟนานกว่า คนที่ใส่แว่นตั้งแต่เด็ก

แว่นโปรเกรสซีฟ เป็นแว่นที่ต้องฝึกใส่ติดหน้าตลอดจึงจะปรับตัวได้เร็วขึ้น การทำงานของตาที่มองผ่านเลนส์แล้วแสงไปตกที่จอรับภาพ เพื่อให้ optic nerve ส่งภาพไปยังสมอง บนเลนส์ที่มีค่าสายตาหลายค่า จำเป็นต้องได้รับการฝึกสมองเช่นกันให้มีความคุ้นเคยกับเลนส์

คนใส่ต้องเข้าใจโครงสร้างเลนส์ ว่าจะมองคอม กับอ่านหนังสือต้องมองส่วนไหนของเลนส์ จึงจะชัด

ทำไมคนต้องการเลนส์โปรเกรสซีฟ เมื่ออายุมากขึ้น
ปัญหาเรื่องสายตาตามอายุ ที่เกิดจากเลนส์ตาขาดความยืดหยุ่น เมื่ออายุมากขึ้น
มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
เลนส์ตาจะ relax เมื่อเรามองไกล และจะเพ่งจนเลนส์ตานูนขึ้นตามรูปขวา เมื่อเรามองใกล้

accomodation

มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
กำลังเพ่งของคนเรา จะลดน้อยถอยลงตามอายุ จากที่เคยมีกำลังซูม 15.00 d จะลดลงเหลือประมาณ 1.00 d เมื่ออายุ 60 ปี แว่นจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถดูหน้าจอมือถือได้ เมื่ออายุมากขึ้น

เมื่อถึงเวลาต้องใช้ มันก็ต้องมี ดังนั้นเราจึงควรมีความรู้บ้าง ก่อนไปตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ ในฐานะผู้บริโภค สิ่งที่ควรรู้คือ

กรอบแว่นที่จะใส่เลนส์ progressive มีความสำคัญมากๆๆๆ (size and shape are very much matter)

มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
กรอบแว่นสำหรับตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ ควรมีค่าพารามิเตอร์อยู่ในค่ามาตรฐาน คือ 1.ความโค้งหน้าแว่น 2.มุมเทหน้าแว่น 3.ระยะห่างตากับเลนส์แว่นตา และสามารถปรับดัดได้

การเลือกกรอบแว่นสำหรับเลนส์ progressive

มีปัญหากับแว่นโปรเกรศซีฟ
กรอบแว่นที่เหมาะกับการทำเลนส์โปรเกรศซีฟ จะเป็นกรอบที่สามารถ ดัดหน้าแว่น ดัดแป้นรองจมูก ดัดขาแว่นได้ และมีขนาดที่พอดีกับหน้า หรือ ตาดำอยู่กลางเลนส์แว่นตา

 

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
กรอบแว่นโปรเกรสซีฟ ไม่เน้นแฟชั่น

แว่น progressive อาจไม่ใช่คำตอบ

1.ความกว้างของกรอบที่เหมาะกับเลนส์ progressive คือใส่แล้วตาดำเราควรอยู่ประมาณกึ่งกลางแว่นตาเรา 
แว่น progressive อาจไม่ใช่คำตอบ
กรอบแว่นที่กว้างไป จะเป็นการเพิ่มพื้นที่บิดเบือน โดยไม่จำเป็น
แว่น progressive อาจไม่ใช่คำตอบ
กรอบแว่นที่ ความสูงน้อยเกินไป จะใช้งานยาก และไม่เหมาะกับคนที่เริ่มใส่ และอาจทำให้ พื้นที่อ่านหนังสือ ถูกเฉือนออกไปจากเลนส์
2.ความสูงของกรอบ คือระยะห่างระหว่างตาดำ กับจุดcenter ของ reading zone ที่ควรห่างประมาณ 18 มม หรือระยะความสูงของกึ่งกลางตาดำ กับขอบด้านล่างของกรอบ ควรเหลือสัก 18 มม (minimum fitting height)
มีปัญหากับกับแว่นโปรเกรสซีฟ
ความสูงของเลนส์ ตัองไม่น้อยกว่า 30 มม.
มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
กรอบที่สามารถปรับ หน้าแว่นได้ จะช่วยในการปรับตำแหน่งการมองให้เหมาะสมกับคนใส่ได้
3.มุมเทหน้าแว่น ที่ความลาดเอียง 7 องศา +/- 4 องศา โดยประมาณช่วยไม่ให้ต้องเหลือบตาลงต่ำมากจนเกินไปเมื่อต้องการใช้อ่านหนังสือ เมื่อเทียบกับแว่นหน้าตรงตั้งฉาก 90 องศากับพื้น
4.ระยะห่างตาดำกับเลนส์ที่ระยะ 12-14 mm ถ้าใส่ชิดตาเกินไป จะทำให้zone อ่านหนังสือไม่ชัด เพราะเราจะเหลือบตาลงไม่ถึงตำแหน่งอ่านหนังสือ กรอบจึงควรปรับแป้นรองจมูกได้ 
5. ความโค้งของกรอบที่ไม่เกิน 5 องศา +/- 2 องศาโดยประมาณ จะช่วยรักษาระยะห่างของตาดำ กับเลนส์แว่นตามมาตรฐาน ทำให้ใช้งานง่ายขึ้น 

การเลือกกรอบที่ได้มาตรฐาน สามารถดัดได้ทุกชิ้นส่วน

มีปกับแว่นโปรเกรสซีฟ
กรอบแว่นโปรเกรสซีฟที่ดัดได้ทุกส่วน จะช่วยให้การใช้เลนส์โปรเกรสซีฟง่ายขึ้น

ควรหลีกเลี่ยงกรอบแว่นแฟชั่นที่ใหญ่เกิน ในการตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
กรอบแว่นแฟชั่น ที่มีขนาดใหญ่เกินไป จะทำให้พื้นที่ที่เป็นจุดอับเพิ่มมากขึ้น บนแว่นตาโดยไม่จำเป็น
แว่นสายตาทรงสปอร์ต ใส่แล้วมึน
ค่าพารามิเตอร์ของกรอบแว่น

เมื่อเข้าใจเรื่องกรอบที่เหมาะสมแล้ว ควรเข้าปัญหาที่มักเกิดจากการ fitting แว่น หรือการวัดพารามิเตอร์ขณะใส่แว่น ถ้าวัดผิดจะมีผลกระทบมากจนใส่ไม่ได้

1. มองไกล กับมองคอม ไม่ชัด แต่อ่านหนังสือชัด 

เกิดจากการ fitting ตำแหน่งตาดำผิด Pupil Height สูงไป

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
มองไกลไม่ชัด แต่ระยะกลาง กับใกล้ชัด
2.มองไกลชัด แต่มองคอมกับอ่านหนังสือไม่ชัด

เกิดจากการ fitting PH ต่ำไป

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
มองไกลชัด มองกลาง กับ ใกล้ไม่ชัด เป็นปัญหาของ PH ที่ต่ำกว่าจริง
3. เกิดจากการ วัดค่า PD ผิด มีผลทำให้การมองระยะกลาง และใกล้ บิดเบือน
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ค่า PD กว้างกว่า ความจริง
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ค่า PD น้อยกว่าความจริง
ทั้งหมดนี้เกิดจากการ วัดค่าพารามิเตอร์ ขณะใส่แว่นที่ผิดพลาดทั้งสิ้น
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ทุกครั้งที่ตัดแว่นโปรเกรสซีฟ ต้องวัดค่าพารามิเตอร์ขณะใส่แว่น
แล้วการใช้เลนส์โปรเกรสซีฟราคาประมาณไหนถึงจะดี? คำตอบก็คือ ถ้าเราเลือกกรอบที่อยู่ในค่ามาตรฐาน เลนส์โปรเกรสซีฟรุ่นเริ่มต้น ไปถึงรุ่นกลาง ก็สามารถใช้ได้แล้ว 
มีปกับแว่นโปรเกรสซีฟ
นอกจากค่าสายตาแล้ว กรอบแว่นที่ได้มาตรฐาน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของเลนส์โปรเกรสซีฟได้ สำหรับคนที่มีงบจำกัด
ราคาเลนส์โปรเกรสซีฟในปัจจุบัน ราคาเลนส์จะวิ่งตาม software ความเป็นบุคคลที่แตกต่างจากค่ามาตรฐาน หรือค่า default
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
การ fitting แว่น ด้วยเครื่องวัดพารามิเตอร์ จะทำให้เรารู้ว่า ต้องใช้เลนส์โปรเกรสซีฟรุ่นไหน

ส่วน Index ของเลนส์ เช่น 1.5, 1.6, 1.67 และ 1.74 และ Coating ต่างๆ เป็นปัจจัยถัดมา

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ผู้ผลิตเลนส์โปรเกรสซึฟทุกค่าย จะมีการกำหนดโครงสร้างราคาเลนส์ ตามความซับซ้อนของโปรแกรม ที่ใช้คำนวณ โดยจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ Good Better Best
นอกจากกรอบแว่นแล้ว ปัจจัยที่จำเป็นต่อราคาเลนส์โปรเกรสซีฟ คือ

1. ค่า Add เป็นสัดส่วนที่ผกผัน กับ พื้นที่มองคอม และ อ่านหนังสือ  เช่น ค่าAdd 2.00 diopter เราต้องเข้าใจว่า เลนส์จะมีพื้นที่เบลอด้านข้างมากกว่า คนที่มีค่า Add 1.00 diopter ในเลนส์รุ่นเดียวกัน

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ค่า addition หรือค่า add คือค่าสายตาที่ชดเชยความสามารถในการเพ่งที่ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น จะมีสัดส่วนผกผันกับ พื้นที่การมอง ค่า add มาก พื้นที่การมองก็จะแคบลง

ดังนั้นถ้าเรามีค่า Add เพิ่มมากขึ้นจากแว่นตัวเดิมที่เคยใส่ ถ้ายังใช้เลนส์รุ่นเดิม พื้นที่การมองก็จะลดลงเป็นเรื่องปกติ

ร้านแว่นจึงเสนอเลนส์ตัวที่แพงขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่การมองให้ได้เท่าเดิม

ใส่แว่นโปรเกรสซีฟแล้วมึน
ค่า Add ที่สูงจำเป็นต้องใช้เลนส์ที่มีเทคโนโลยีมากขึ้น ในการลดพื้นที่เบลอด้านข้าง

2.กรอบแว่นสปอร์ต จะมีความโค้งมากกว่าปกติ คือองศาโค้ง มากกว่า 7 องศา โดยปกติความโค้งอยู่ที่ 25-35 องศา จึงจำเป็นต้องใช้เลนส์เฉพาะทางที่รองรับความโค้ง ที่เกินค่ามาตรฐาน

เลนส์สายตา free form
กรอบแว่นสปอร์ตส่วนใหญ่ความโค้ง จะอยู่ที่ 30 องศาขึ้นไป การใช้กรอบที่มีความโค้งมาก จำเป็นต้องใช่เลนส์ที่ใช้ค่าพารามิเตอร์ ส่วนบุคคล 100% จึงจะไม่มีปัญหาการมอง

3.ความต้องการใช้งาน ถ้าต้องการใช้งานเฉพาะทาง ที่ต้องการพื้นที่มองคอม หรือ พื้นที่อ่านหนังสือ เพิ่มขึ้น จำเป็นต้องใช้เลนส์ที่มีราคาสูงขึ้น

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ราคาเลนส์ก็ขึ้นกับดีไซน์ความต้องการการใช้งาน เช่นต้องการใช้งานทุกระยะพอพอกัน
มีปญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ค่า add 1.25 สามารถใช้เลนส์ในระดับ เริ่มต้น หรือ ระดับ Good ได้ ถ้าค่าพารามิเตอร์อยู่ในกรอบของค่ามาตรฐาน
ราคาเลนส์โปรเกรสซีฟ จะถูกจะแพง ขึ้นกับ การฝืนธรรมชาติของเลนส์ ที่ได้อย่าง จะเสียอย่าง ถ้าเราต้องการทุกอย่าง เช่นมองได้กว้างขึ้นทุกระยะ นี่คือการฝืนธรรมชาติ ที่เราต้องจ่ายเพิ่มขึ้น เพราะ Software ที่ใช้ฝืนธรรมชาติ มีราคาที่ต้องแลกมา

สอบถามเพิ่มเติม Click Here

 

ไม่ใช่แค่ชื่อที่บอกตัวตน คุณลักษณะ มาตรฐาน และการยอมรับของผู้ใช้ คือสิ่งที่ทำให้เรายังคงอยู่

Featured Products