มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

หลายคนตัดเลนส์ progressive มาแล้วใช้ไม่ได้ มองไม่ชัด ต้องเงยหน้าอ่านหนังสือ มีภาพเบลอด้านข้าง มองคอมไม่เห็น จนหลายคนไม่คิดจะกลับไปใช้อีกเลย  คือ มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟมีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

อะไรคือสาเหตุ ของแว่นโปรเกรสซีฟที่เป็นปัญหาบ้าง 1.การเลือกกรอบ ซึ่งคนใส่มักไม่รู้ว่า กรอบแบบไหนเหมาะกับเลนส์ progressive 2.การ fitting กรอบแว่น กับตาดำของผู้ใช้ 3.ระยะ corridor ที่ไม่เหมาะสมกับ พารามิเตอร์ของกรอบแว่น 4. การปรับหน้าแว่นหลังประกอบเลนส์ ให้ตรงตำแหน่ง fitting

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

ปัญหาเรื่องสายตาตามอายุ ที่เกิดจากเลนส์ตาขาดความยืดหยุ่น ทำให้เราต้องพึ่งพาแว่นตา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากแว่นอ่านหนังสือ หรือที่เรียกว่า reading glasses 

แต่พอเวลาผ่านไป เริ่มรู้สึกว่า แว่นอ่านหนังสือ เริ่มไม่สะดวก เพราะต้องถอดเวลาจะมองไกล

จึงเป็นที่มาของความต้องการ แว่นที่ไม่ต้องถอดเข้า ถอดออก นั่นคือ แว่น Bifocal กับ แว่น Progressive

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ปัญหาสายตาตามอายุทำให้ความสามารถในการเพ่งลดลง เนื่องจากเลนส์ตาขาดความยืดหยุ่นเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
โดยมีปัญหามาจาก เลนส์ตาเมื่อมีอายุมากขึ้นการยืด หด ของเลนส์ตาทำได้ไม่ดีเหมือนเดิม
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ทำให้เราต้องพึงแว่นสายตามาช่วยการมอง

แต่ถ้าเราต้องการใช้เลนส์ progressive จริงๆ สิ่งที่ผู้ใส่ต้องรู้ก่อนคือ กรอบแว่นที่จะใส่เลนส์ progressive มีความสำคัญ (size and shape are matter) 

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
แป้นรองจมูกที่ปรับได้ จำเป็นอย่างยิ่งกับกรอบแว่น progressive ถ้าแป้นรองจมูกปรับไม่ได้ อย่าใช้!!!

การเลือกกรอบแว่นสำหรับเลนส์ progressiveมีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

1.ความกว้างของกรอบที่เหมาะกับเลนส์ progressive คือใส่แล้วตาดำเราอยู่ประมาณกึ่งกลางแว่นตาเรา

แว่น progressive อาจไม่ใช่คำตอบ
กรอบแว่นใหญ่เกินไป อาจสร้างปัญหาหลายอย่าง
แว่น progressive อาจไม่ใช่คำตอบ
ขนาดแว่นที่พอดี จะช่วยลดปัญหาการใช้แว่น progressive

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

2.ความสูงของกรอบ คือระยะห่างระหว่างตาดำ กับ center ของ reading zone ที่ควรห่างประมาณ 18 มม 

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
Minimum fitting height (MFH) หรือค่า corridor + 4มม.

Minimum fitting height ควรเลือกที่ 18 มม สำหรับมือใหม่ใส่ progressive เพื่อการมองในzone กลาง ไป zone ใกล้ สบายตามากขึ้น

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
MFH คือระยะห่างของ 2 จุดนี้
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ความสูงกรอบ จะมีผลกับ minimum fitting height ที่ต้องปรับตามความสูงของกรอบ เพื่อให้ zone reading ไม่ถูกเฉือนออกไป
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ความสูงน้อยแบบนี้ อาจต้องใช้เลนส์ progressive ที่มีค่า Minimum fitting height สั้น ซึ่งเหมาะกับคนเคยใช้ แว่น progressive มาก่อน

3.มุมเทหน้าแว่น ระยะห่างตาดำกับเลนส์ตอนใส่ ความโค้งของกรอบ

แว่น progressive อาจไม่ใช่คำตอบ
กรอบที่เหมาะกับแว่น progressive ควรมีมุมเท เพื่อช่วยในการมอง ระยะใกล้ได้สะดวกขึ้น เมื่อเทียบกับแว่นที่ไม่มีมุมลาดเทเข้าหาหน้า ในขณะที่ระยะห่างของแว่นกับลูกตา ก็มีผลกับการวาง ระยะ corridor เข่นกัน หากใสแว่นชิดหน้า แต่ใช้ long corridor จะทำให้เราหาพื้นที่ในการมองใกล้ได้ยากขึ้น
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
กรอบที่เหมาะกับเลนส์ progressive มี มุมเทหน้าแว่น กับ ระยะห่างของเลนส์กับตาดำ ที่จะช่วยให้ใช้งานได้ดีขึ้น
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ความโค้งของกรอบแว่น มีผลต่อการกำหนดระยะ minimum fitting height ของเลนส์ progressive

เหตุผลของเรื่องนี้มาจากโครงสร้างของเลนส์ progressive ที่มีค่าสายตาหลายค่าในเลนส์เดียวกัน มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

เลนส์ progressive ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาการมองไกล เพราะส่วนบนของเลนส์ ไม่มีพื้นที่ที่เบลอ หรือเป็นจุดอับของเลนส์ ยกเว้นการวางจุดโฟกัสเลนส์มองไกลผิดพลาดจึงทำให้มองไกลไม่ชัด 
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ถ้ามองไกลไม่ชัด ต้องดูจุด cross mark ของเลนส์ว่าตรงตาดำมั้ย
แต่ส่วนล่างที่ใช้มองระยะกลางที่ใช้ทำงานกับคอม กับระยะใกล้ที่ใช้อ่านหนังสือ ดูมือถือ จะมีพื้นที่แคบกว่าพื้นที่มองไกล คนใส่ควรรู้ว่า zone ระยะกลาง กับใกล้ จะมีพื้นที่ที่เบลออยู่ ด้านข้าง
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
รูปทรงของแว่น อาจทำให้พื้นที่อ่านหนังสือถูกเฉือนออก

4.รูปทรงของแว่น บางชนิดไม่เหมาะ กับเลนส์ progressive เช่น แว่นทรง aviator ที่มีลักษณะที่ด้านล่างของเลนส์ตรง zone อ่านหนังสือ มันเหลือน้อยมากตามรูป reading zone อาจจะแหว่งหายไปบางส่วนถ้าใช้แว่นทรงนี้ตัดเลนส์ progressive

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
shape is matter for progressive lens

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

5.เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องของการ fitting แว่นที่จะประกอบเลนส์ progressive การวัดจุดกลางตาดำ เช่น PH และ PD ต้องแยก ตาซ้าย ตาขวา เพราะเลนส์ชนิดนี้ จุดโฟกัสผิดเล็กน้อยก็มีผลต่อการมอง ดังนั้นเราจะตัดแว่นตัวไหน ต้องลองใส่ให้พอดีแล้วจึงวัดค่า Pupil height แบบแยกซ้าย ขวา

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
Pupil Height (PH) is matter
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
monocular PD is matter

เมื่อตัดประกอบเลนส์ แล้วสิ่งที่คนใช้ต้องรู้คือ การปรับจุดโฟกัสของเลนส์มองไกลให้ตรงตาดำ (cross mark) จะช่วยให้การใช้งานเลนส์ progressive มีประสิทธิภาพขึ้น

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
การ fitting ที่ผิดพลาดจะทำให้ เลนส์ progressive ใช้งานไม่ได้

ส่วนเรื่องราคาเลนส์ progressive ที่มีหลายราคา อันนี้แล้วแต่งบประมาณของแต่ละคน เพราะถ้า fitting แว่นตรงกับตำแหน่งที่ใช้งาน ระยะ minimum fitting height ที่เหมาะสม ราคาเลนส์ progressive ระดับปกติก็ใช้งานได้เหมือนกัน 

ด้วยระบบ free form ที่ใช้ soft ware คำนวณค่าสายตาใน zone การมองแต่ละ zone สามารถทำให้ตำแหน่งจุดโฟกัส มองไกล มองใกล้ ไม่ผิดเพี้ยน 

ส่วนการทดลองเลนส์ progressive ของรุ่นที่จะใช้ตัดจากเลนส์ทดลอง มักแตกต่างจากเลนส์จริงที่ตัดออกมา

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
เลนส์ progressive free form จะมีค่า minimum fitting height หลายค่าในเลนส์ รุ่นเดียวกัน เพราะความหลากหลายของรูปทรงแว่นที่ต่างกัน

ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น?

เพราะเลนส์ทดลอง จะเป็นค่า standard ในขณะที่การตัดเลนส์ progressive ในปัจจุบัน จะขัดเลนส์ progressive ด้วย software  ที่มีค่า minumum fitting height หลายค่า เพื่อให้ใช้งานได้กับกรอบแว่นที่มี ค่าพารามิเตอร์ แตกต่างกันไปตามกรอบแว่นแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ เช่นตอนลองเป็นค่า standard แต่เลนส์จริงอาจเป็นค่า short หรือ long

ความรู้สึกย่อมแตกต่างกัน

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
การปรับแว่นให้ตรงกับจุดโฟกัสของเลนส์ จะช่วยให้ใช้งานได้ดีขึ้น มากกว่าซื้อเลนส์ที่ราคาแพงขึ้น
เรื่องที่สำคัญที่สุดก่อนจะตัดเลนส์ progressive คือ การใช้งานบางอย่างอาจไม่เหมาะกับแว่น progressive เช่น เน้นใช้งานหน้าคอมนานๆ ซึ่งเป็นการใช้งาน zone กลาง กับ zone ใกล้ ซึ่งมีเลนส์ office ที่ออกแบบสำหรับการเน้นการมองทำงานหน้าคอมตั้งโต๊ะ หรือที่เรียกว่า desk top แต่หากใช้งานกับ note book, Ipad วันหนึงหลายชั่วโมง แว่นที่เหมาะคือ แว่นอ่านหนังสือครับ
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
เลนส์ progressive อาจไม่ใช่เลนส์ที่แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง
เลนส์ progressive ไม่ใช่เป็นเลนส์ที่ใช้งานได้ดีทุก zone จึงควรคิดให้รอบครอบว่าใช้งานอะไรเป็นหลักในแต่ละวัน เพราะถ้าเข้าร้านแว่น ก็จะได้คำแนะนำว่าให้ตัดเลนส์ progressive เป็นหลัก เมื่อเราบอกว่าต้องการใช้งานมองไกล กับมองใกล้
ดังนั้น เราต้องพูดคุยรายละเอียดมากกว่านี้ เพื่อที่จะได้เลนส์ที่เหมาะกับการใช้งานจริงๆ 

Free Form Green กรอบแว่นไททาเนี่ยม Minimal Concept บานพับไม่ใช้น๊อตสกรู ทำจากวัสดุ Beta-Titanium มีคุณสมบัติ เบากว่าวัสดุอื่นเท่าตัว ยืดหยุ่นกว่า pure titanium ทนการกัดกร่อนจากกรด และ ด่าง เคลือบสีด้วยระบบปะจุไฟฟ้า Vapour Deposition technique


1 - 60 ของ 83 สินค้า