เลนส์สายตา free form

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

หลายคนตัดเลนส์ progressive มาแล้วใช้ไม่ได้ มองไม่ชัด ต้องเงยหน้าอ่านหนังสือเพื่อหาจุดคมชัดของการมองใกล้ เพราะทรงแว่นไม่มีมุมเท มีภาพเบลอด้านข้างเยอะเพราะระยะ corridor สั้นไป  มองคอมไม่เต็มจอ ต้องหมุนหน้าจากซ้ายไปขวาเพราะพื้นที่มองระยะกลางสั้นและแคบ เรื่องแบบนี้มักเป็นปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟที่หลายคนผิดหวัง  จนไม่คิดจะกลับไปใช้อีกเลยมีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

อะไรที่ทำให้แว่นโปรเกรสซีฟเกิดปัญหาบ้าง

1.การเลือกกรอบ ซึ่งคนใส่มักไม่รู้ว่า กรอบแบบไหนเหมาะกับเลนส์ progressive 2.การ fitting กรอบแว่น กับตาดำของผู้ใช้

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
พารามิเตอร์แว่น และตำแหน่งจุดโฟกัสของผู้ใส่ มีผลต่อเลนส์โปรเกรสซีฟ

3.ระยะ corridor ที่ไม่เหมาะสมกับ พารามิเตอร์ของกรอบแว่น  และพฤติกรรมการใช้งาน

4. การปรับหน้าแว่นหลังประกอบเลนส์ ให้ตรงตำแหน่ง fitting

5.การวัดค่าสายตามองไกล และค่า add หรือค่าสายตามองใกล้ที่ไม่ตรงกับระยะการใช้งานจริงของผู้ใช้ อันนี้ต่อให้เลนส์ตัว Top ขนาดไหนก็คงมีปัญหา ดังนั้นก่อนตัดแว่นโปรเกรสซีฟ ควร recheck ค่าสายตาจากแว่นเดิมที่ใส่อยู่ด้วยครับ ว่ามันผิดเพี้ยนไปแค่ไหน นั่นคือวัดจาก auto refractor, phoropter, trial lens เช่น ค่าแว่นเดิม สั้น -2.00 เอียง -1.00 องศาเอียง 90 ค่าที่วัดใหม่ สั้น -2.25 เอียง -0.75 องศาเอียง 95 แบบนี้ถือว่าไม่เหวี่ยงจากเดิมเท่าไหร่ 

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

ปัญหาเรื่องสายตาตามอายุ ที่เกิดจากเลนส์ตาขาดความยืดหยุ่น ทำให้เราต้องพึ่งพาแว่นตา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากแว่นอ่านหนังสือ หรือที่เรียกว่า reading glasses 

แต่พอเวลาผ่านไป เริ่มรู้สึกว่า แว่นอ่านหนังสือ เริ่มไม่สะดวก เพราะต้องถอดแว่นเวลาจะมองไกล

จึงเป็นที่มาของความต้องการ แว่นที่ไม่ต้องถอดเข้า ถอดออก นั่นคือ แว่น เลนส์Bifocal กับ แว่นเลนส์ Progressive

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ปัญหาสายตาตามอายุทำให้ความสามารถในการเพ่งลดลง เนื่องจากเลนส์ตาขาดความยืดหยุ่นเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
โดยมีปัญหามาจาก เลนส์ตาเมื่อมีอายุมากขึ้นการยืด หด ของเลนส์ตาทำได้ไม่ดีเหมือนเดิม
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ทำให้เราต้องพึ่งแว่นสายตามาช่วยการมอง

แต่ถ้าเราต้องการใช้เลนส์ progressive จริงๆ สิ่งที่ผู้ใส่ต้องรู้ก่อนคือ กรอบแว่นที่จะใส่เลนส์ progressive มีความสำคัญมากๆๆๆ (size and shape are very much matter) 

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
แป้นรองจมูกที่ปรับได้ จำเป็นอย่างยิ่งกับกรอบแว่น progressive ถ้าแป้นรองจมูกปรับไม่ได้ อย่าใช้!!!

การเลือกกรอบแว่นสำหรับเลนส์ progressiveมีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

1.ความกว้างของกรอบที่เหมาะกับเลนส์ progressive คือใส่แล้วตาดำเราควรอยู่ประมาณกึ่งกลางแว่นตาเรา อย่าได้ใช้แว่นแนวแฟชั่นมาตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ

แว่น progressive อาจไม่ใช่คำตอบ
กรอบแว่นใหญ่เกินไป อาจสร้างปัญหาหลายอย่าง
แว่น progressive อาจไม่ใช่คำตอบ
ขนาดแว่นที่พอดี จะช่วยลดปัญหาการใช้แว่น progressive

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

2.ความสูงของกรอบ คือระยะห่างระหว่างตาดำ กับจุดcenter ของ reading zone ที่ควรห่างประมาณ 18 มม หรือระยะความสูงของกึ่งกลางตาดำ กับขอบด้านล่างของกรอบ ควรเหลือสัก 18 มม (minimum fitting height)

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ค่า corridor สั้น กับ ยาว จะให้ผลลัพธ์การมองที่ต่างกัน ภาพเบลอด้านข้างก็จะไม่เท่ากัน การมองระยะคอมก็จะให้ความกว้างที่ต่างกัน
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ดีไซน์ของเลนส์ สามารถระบุได้ว่า ต้องการเน้นการใช้งานระยะไหน
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
พฤติกรรมการใช้แว่น ของคนจะต่างกัน เช่น เวลามองอะไรจะหันหน้าไปมอง กับ ชำเลืองตา เรื่องแบบนี้ก็มีผลกับ ดีไซน์ของเลนส์โปรเกรสซีฟที่เหมาะสมเช่นกัน
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ราคาเลนส์ก็ขึ้นกับดีไซน์ความต้องการการใช้งาน เช่นต้องการใช้งานทุกระยะพอพอกัน
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
Minimum fitting height (MFH) หรือค่า corridor + 4มม.

Minimum fitting height ควรเลือกที่ 18 มม หรือ corridor 14 มม สำหรับมือใหม่ใส่ progressive เพื่อการมองในzone กลาง ไป zone ใกล้ สบายตามากขึ้น

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
MFH คือระยะห่างของ 2 จุดนี้
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ความสูงกรอบ จะมีผลกับ minimum fitting height ที่ต้องปรับตามความสูงของกรอบ เพื่อให้ zone reading ไม่ถูกเฉือนออกไป
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ความสูงน้อยแบบนี้ อาจต้องใช้เลนส์ progressive ที่มีค่า Minimum fitting height สั้น ซึ่งเหมาะกับคนเคยใช้ แว่น progressive มาก่อน

3.มุมเทหน้าแว่นที่มีองศาระดับหนึง ช่วยไม่ให้ต้องเหลือบตาลงต่ำมากจนเกินไปเมื่อต้องการใช้อ่านหนังสือ เมื่อเทียบกับแว่นหน้าตรงตั้งฉาก 90 องศากับพื้น

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
มุมเทหน้าแว่นควรเอียงเข้าหน้า ไม่ควรตั้งฉากกับพื้น

ระยะห่างตาดำกับเลนส์ที่ระยะ 12-14 mm ถ้าใส่ชิดตาเกินไป ก็จะมองไม่เห็น zone อ่านหนังสือ จึงจำเป็นต้องเป็นกรอบที่ปรับแป้นรองจมูกได้

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
12-14 มม คือระยะที่เหมาะสม กรอบแว่นที่ทำเลนส์โปรเกรสซีฟ ต้องมีแป้นรองจมูกที่ปรับได้

ความโค้งของกรอบในระดับที่พอดี จะช่วยรักษาระยะห่างของตาดำ กับเลนส์แว่นไม่หนีห่างจนเกินไป ทำให้สบายตามากขึ้น

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ความโค้งของกรอบ จะช่วยรักษาระยะห่างของเลนส์กับตาดำ
แว่น progressive อาจไม่ใช่คำตอบ
กรอบที่เหมาะกับแว่น progressive ควรมีมุมเท เพื่อช่วยในการมอง ระยะใกล้ได้สะดวกขึ้น เมื่อเทียบกับแว่นที่ไม่มีมุมลาดเทเข้าหาหน้า ในขณะที่ระยะห่างของแว่นกับลูกตา ก็มีผลกับการวาง ระยะ corridor เข่นกัน หากใส่แว่นชิดหน้า แต่ใช้ long corridor เราจะหาพื้นที่ในการมองใกล้ได้ยากขึ้น ทำให้เราต้องขยับแว่นให้ห่างตา จึงจะหาจุดชัดของเลนส์มองใกล้
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
กรอบที่เหมาะกับเลนส์ progressive มี มุมเทหน้าแว่น กับ ระยะห่างของเลนส์กับตาดำ ที่จะช่วยให้ใช้งานได้ดีขึ้น
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ความโค้งของกรอบแว่น มีผลต่อการกำหนดระยะ minimum fitting height ของเลนส์ progressive

เหตุผลของเรื่องนี้มาจากโครงสร้างของเลนส์ progressive ที่มีค่าสายตาหลายค่าในเลนส์เดียวกัน มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

เลนส์ progressive ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาการมองไกล เพราะส่วนบนของเลนส์ ไม่มีพื้นที่ที่เบลอ หรือเป็นจุดอับของเลนส์ ยกเว้นการวางจุดโฟกัสเลนส์มองไกลผิดพลาดจึงทำให้มองไกลไม่ชัด หรือ พฤติกรรมการมองที่แตกต่างจากคนทั่วไป 
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ถ้ามองไกลไม่ชัด ต้องดูจุด cross mark ของเลนส์ว่าตรงตาดำมั้ย
แต่ส่วนล่างที่ใช้มองระยะกลางที่ใช้ทำงานกับคอมฯ กับระยะใกล้ที่ใช้อ่านหนังสือ ดูมือถือ จะมีพื้นที่แคบกว่าพื้นที่มองไกล คนใส่ควรรู้ว่า zone ระยะกลาง กับใกล้ จะมีพื้นที่ที่เบลออยู่ ด้านข้าง และระยะ corridor สั้น zone มองกลาง หรือระยะคอมตั้งโต๊ะ จะยิ่งแคบ จนแทบจะใช้ไม่ได้ ดังนั้นถ้าเน้นทำงานหน้าคอมฯ แนะนำว่าใช้เลนส์ คอมฯ หรือ เลนส์ office จะดีกว่ามาก
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
รูปทรงของแว่น อาจทำให้พื้นที่อ่านหนังสือถูกเฉือนออก

4.รูปทรงของแว่น บางชนิดไม่เหมาะ กับเลนส์ progressive เช่น แว่นทรง aviator ตามรูป reading zone อาจจะแหว่งหายไปบางส่วนถ้าใช้แว่นทรงนี้ตัดเลนส์ progressive

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
shape is matter for progressive lens

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ

5.เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องของการ fitting แว่นที่จะประกอบเลนส์ progressive การวัดจุดกลางตาดำ เช่น PH และ PD ต้องแยก ตาซ้าย ตาขวา เพราะเลนส์ชนิดนี้ จุดโฟกัสผิดเล็กน้อยก็มีผลต่อการมอง ดังนั้นเราจะตัดแว่นตัวไหน ต้องลองใส่ให้พอดีกับหน้า ก่อนวัดค่า Pupil height แบบแยกซ้าย ขวา

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
Pupil Height (PH) is matter
มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
monocular PD is matter

เมื่อตัดประกอบเลนส์ แล้วสิ่งที่ควรรู้คือ ใส่แว่นให้ตาดำตรงกับ จุดcross mark ของเลนส์โปรเกรสซีฟ

ปัญหาเลนส์โปรเกรสซีฟ
fitting cross หรือ cross mark คือตำแหน่งที่ควรตรงกับ จุดกึ่งกลางตาดำ ตอนใส่แว่นโปรเกรสซีฟ

ส่วนเรื่องราคาเลนส์ progressive ที่มีหลายราคา อันนี้แล้วแต่งบประมาณของแต่ละคน เพราะถ้า fitting แว่นตรงกับตำแหน่งที่ใช้งาน ระยะ minimum fitting height ที่เหมาะสม ราคาเลนส์ progressive ระดับปกติก็ใช้งานได้เหมือนกัน

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
ระยะ fitting height 18 มม ช่วยให้การใช้งาน zone กลาง หรือระยะคอมพิวเตอร์ดีขึ้น การเลือกระยะ fitting height ที่เหมาะสมกับความต้องการใช้งาน เป็นเรื่องสำคัญของเลนส์โปรเกรสซีฟที่เราควรรู้

ด้วยระบบ free form ที่ใช้ soft ware คำนวณค่าสายตาใน zone การมองแต่ละ zone สามารถทำให้ตำแหน่งจุดโฟกัส มองไกล มองใกล้ ไม่ผิดเพี้ยน 

ส่วนการทดลองใส่ เลนส์ progressive ของรุ่นที่จะใช้สิ่งที่ควรเข้าใจก็คือ เลนส์โปรเกรสซีฟมีระยะ fitting height หลายค่า

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
เลนส์ progressive free form จะมีค่า minimum fitting height หลายค่าในเลนส์ รุ่นเดียวกัน เพราะความหลากหลายของรูปทรงแว่นที่ต่างกัน

ความรู้สึกย่อมแตกต่างกัน ระหว่างเลนส์ short fitting height กับ long fitting height 

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
การปรับแว่นให้ตรงกับจุดโฟกัสของเลนส์ จะช่วยให้ใช้งานได้ดีขึ้น มากกว่าซื้อเลนส์ที่ราคาแพงขึ้น
เรื่องที่สำคัญที่สุดก่อนจะตัดเลนส์ progressive คือ การใช้งานบางอย่างอาจไม่เหมาะกับแว่น progressive เช่น ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน  ซึ่งเป็นการใช้งาน zone กลาง เลนส์office อาจเป็นเลนส์ที่เหมาะสมกว่า เพราะเลนส์ office ออกแบบสำหรับการเน้นการมองระยะกลาง

มีปัญหากับแว่นโปรเกรสซีฟ
เลนส์ progressive อาจไม่ใช่เลนส์ที่แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง
เลนส์ progressive ไม่ใช่เป็นเลนส์ที่ใช้งานได้ดีทุก zone จึงควรคิดให้รอบคอบว่าใช้งานอะไรเป็นหลักในแต่ละวัน เพราะถ้าเข้าร้านแว่น ก็จะได้คำแนะนำว่าให้ตัดเลนส์ progressive เป็นหลัก เมื่อเราบอกว่าต้องการใช้งานมองไกล กับมองใกล้
ดังนั้น เราต้องพูดคุยรายละเอียดมากกว่านี้ เพื่อที่จะได้เลนส์ที่เหมาะกับการใช้งานจริงๆ 

Green Semi Rim FFA 903 Gun (56-17-145-139 mm) size L(Pre Order)

FFA 903 Gun
฿4 790.00
In stock
1
Product Details

กรอบแว่นที่ทำจาก เบต้าไททาเนี่ยม โดยดีไซน์เนอร์ชาวเยอรมัน ที่มีพื้นฐานทางด้าน engineer ที่เน้นการลดก๊าซเรือนกระจก จึงได้แว่นที่มีน้ำหนักเบาแบบจับต้องได้ด้วยการออกแบบที่ใช้ชิ้นส่วนเพียง 3 ส่วน คือหน้าแว่น สลัก และขาแว่น แต่คงไว้ซึ่งความแข็งแรง ไม่เป็นสนิมเหมือนวัสดุอื่น และมีความยืดหยุ่นสูงด้วยคุณสมบัติของ เบต้าไททาเนี่ยม

FFA903 size


Super lightweight titanium, tough and flexible.



Save this product for later

Published by

Sunglasses Blogger

Business developer

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *